เทศนาธรรมด้วยหุ่นยนต์ หนทางใหม่ในการนำพาผู้คนให้พ้นทุกข์

ข่าวล่าสุดวันนี้
บอกต่อ:
เนื้อในจริงๆ ของพุทธศาสนาตามคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นคือ “คำสอนของพระพุทธเจ้า” ไม่ใช่ตัวพระภิกษุสงฆ์ แต่อย่างใด ดังนั้นจึงไม่แปลกหากจะมีหุ่นยนต์ที่นำคำสอนของพระพุทธเจ้าไปเทศนาธรรมให้กับพุทธศาสนิกชนได้เข้าใจในคำสอนของพระพุทธองค์

“ความเชื่อของพุทธศาสนานั้น ไม่ได้สอนให้เราศรัทธาในพระเจ้า แต่เป็นการเจริญรอยตามคำสอนของพระพุทธองค์ จึงไม่สำคัญว่า เราจะเรียนรู้หนทางนั้นจากสิ่งใด จะเป็นเครื่องจักร เศษเหล็ก หรือต้นไม้ก็ได้” เทนโช โกโตะ พระสงฆ์แห่งวัดโคไดจิ วัดเก่าแก่อายุ 400 ปี แห่งเมืองเกียวโตได้เทศน์ไว้เช่นนั้น

แม้ประโยคข้างต้นจะดูสวยงามสะท้อนถึงแก่นแท้แห่งพระธรรม แต่กลับสร้างความกังขาให้กับผู้คนจำนวนมากที่ได้ยลโฉม “มินดาร์ (Mindar)” หุ่นยนต์นักบวชตัวแรกของโลก ซึ่งสามารถถ่ายทอดบทเรียนทางพระพุทธศาสนา และสอนมนุษย์ให้เข้าใจถึงสัจธรรมของชีวิตท่ามกลางการมอมเมาของความรัก โลภ โกรธ และ หลง

โปรเจ็กต์มินดาร์ เกิดขึ้นจากความหวังว่าจะยกระดับการถ่ายทอดพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าสู่คนรุ่นใหม่ วัดโคไดจิจึงจับมือกับมหาวิทยาลัยโอซากา ที่นำโดย ศาสตราจารย์ฮิโระชิ อิชิงุโระ ผู้เชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์และปัญญาประดิษฐ์ พัฒนาหุ่นยนต์ชื่อมินดาร์ ที่มีมูลค่ากว่า 106 ล้านเยน (ราว 30 กว่าล้านบาท)

มินดาร์มีขนาดตัวเท่าคนปกติ เคลื่อนไหวได้เพียงลำตัว แขน และหัวเท่านั้น อีกทั้งยังมีซิลิโคนเลียนแบบผิวหนังมนุษย์ปกปิดไว้เพียงแค่ส่วนมือ ใบหน้า และหัวไหล่ ทิ้งให้เห็นโครงสร้างของร่างกายที่ประกอบขึ้นจากอลูมิเนียม ซึ่งหากใครเห็นในครั้งแรก อาจรู้สึกกลัวในรูปลักษณ์ที่แปลกประหลาด ไม่เหมือนมนุษย์ ต่างจากแอนดรอยด์ของบริษัทต่าง ๆ ในอดีต เช่น โซเฟีย (ของบริษัท Hanson Robotics จากฮ่องกง) หรือ เจมินอยด์ (ที่สร้างโดย อ. ฮิโระชิ อิชิงุโระ เช่นกัน) แต่ทว่ามีร่างกายครบ 32 เช่นเดียวกับมนุษย์

อย่างไรก็ตาม หากลองพิจารณาตามความหมายที่ท่านเทนโช โกโตะ กล่าวว่าคำสอนของพระพุทธเจ้านั้นมีคุณค่าในตัวเอง ไม่ว่าเราจะเรียนรู้จากสิ่งใดก็ตาม ฉะนั้นหุ่นยนต์มินดาร์ ก็สามารถเป็น “สื่อกลาง” ที่ใช้เผยแพร่คำสอนได้ไม่ต่างจากสิ่งอื่น ๆ

การสร้างใบหน้าของมินดาร์ ที่จงใจให้ไม่สามารถระบุเพศได้ ก็เป็นอีกความต้องการหนึ่งของวัดโคไดจิ ในการสร้างมินดาร์ไว้แทนรูปเคารพของ “พระอวโลกิเตศวร” หรือ “กวนอิม” ที่แม้เราจะเข้าใจว่าเป็นพระองค์ทรงเป็นสตรีเพศ แต่หากศึกษาที่มาตามประวัติศาสตร์ก็จะพบว่าจริง ๆ แล้ว พระอวโลกิเตศวรเคยเป็นชายมาก่อน แต่ด้วยการตีความของศิลปินเมื่อครั้งที่พระพุทธศาสนาเดินทางออกจากชมพูทวีปไปยังดินแดนอื่น ๆ โดยเฉพาะในประเทศจีน บ้างจึงถูกออกแบบตามหญิงสาวในราชสำนัก ให้สะท้อนคุณลักษณะอ่อนโยนและกรุณา ดังนั้นใบหน้าของมินดาร์ จึงเป็นเสมือนการให้อิสระแก่ศาสนานิกชนในการตีความตามความเชื่อของตนเองโดยปราศจากการชี้นำ

นอกจากรูปลักษณ์ที่เป็นราวกับปริศนาธรรมแล้ว มินดาร์ยังสามารถเทศนาปรัชญาปารมิตาหฤทัยสูตรเป็นภาษาญี่ปุ่น พร้อมคำบรรยายภาษาอังกฤษและจีนสำหรับชาวต่างชาติ ทั้งยังอธิบายความหมายของคำสอนบางส่วนได้อีกด้วย โดยหลังจากเปิดทดลองใช้งาน ทีมเก็บข้อมูลจากมหาวิทยาลัยโอซากาก็ได้ผลตอบรับที่หลากหลาย เช่น รู้สึกอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับเครื่องจักรชนิดใดมาก่อน หรือแม้แต่การเทศนาของมินดาร์ทำให้รู้สึกอึดอัด ด้วยท่าทีที่แลดูไม่เป็นธรรมชาติสักเท่าไร

แม้จะมีทั้งผลตอบรับทั้งดีและไม่ดีจากพุทธศาสนิกชน แต่ท่านเทนโช โกโตะ ก็ยังคงเชื่อมั่นในหุ่นยนต์นักเทศน์นี้ ด้วยความหวังว่า สักวันคำสอนที่มาจากมินดาร์จะเป็นประโยชน์ต่อจิตใจและสติปัญญา เพื่อมอบหนทางแก้ปัญหาในชีวิตให้กับผู้คนได้

อ้างอิง
https://www.creativethailand.org/article/trend./32121/
ที่มาภาพ : kyodonews

Phong Xodiax (พงษ์ โซดิแอกซ์)

สวัสดีทุกท่านครับ เว็บ phongxodiax.com ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ แวะมาหาเราทุกวัน รับรองสิ่งดีๆ เรื่องราวดีๆ เราจะเสิร์ฟให้ถึงมือทุกท่านที่เข้าชมเว็บเราอย่างแน่นอน ของคุณครับ พงษ์ โซดิแอกซ์ [email protected]