fbpx

| PhongXodiax.com พงษ์ โซดิแอกซ์+ปลุก DNA ความสำเร็จในตัวคุณ|

เผยเคล็ดลับความมั่งคั่ง ร่ำรวย ของเศรษฐีระดับโลก

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เปิดรับสมัครสอบเข้ารับราชการ 56 อัตรา (30 ก.ย. – 25 ต.ค.62)

บอกต่อ:

สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เปิดรับสมัครสอบเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ จำนวน 56 อัตรา รับสมัครทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน – 25 ตุลาคม 2562

ประกาศสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา เรื่อง รับสมัครสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการเป็นข้าราชการรัฐสภาสามัญ

ตำแหน่งที่เปิดรับสมัครสอบ

1. ตำแหน่ง นักประชาสัมพันธ์ปฏิบัติการ
จำนวน 3 อัตรา
อัตราเงินเดือน 15000 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง : ได้รับปริญญาตรีในสาขาวิชาทางนิเทศศาสตร์ หรือสื่อสารมวลชน และเป็นผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ของสำนักงาน ก.พ. ระดับปริญญาตรีขึ้นไป

2. ตำแหน่ง นักวิชากรคอมพิวเตอร์ปฏิบัติการ
จำนวน 2 อัตรา
อัตราเงินเดือน 15000 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง : ได้รับปริญญาตรีในสาขาวิชาทางคอมพิวเตอร์ หรือเทคโนโลยีสารสนเทศ และเป็นผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ของสำนักงาน ก.พ. ระดับปริญญาตรีขึ้นไป

3. ตำแหน่ง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนปฏิบัติการ
จำนวน 1 อัตรา
อัตราเงินเดือน 15000 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง : ได้รับปริญญาตรีในสาขาวิชาทางสังคมศาสตร์ และเป็นผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ของสำนักงาน ก.พ. ระดับปริญญาตรีขึ้นไป

4. ตำแหน่ง นายช่างปฏิบัติงาน (ปฎิบัติงานทางช่างไฟฟ้า)
จำนวน 1 อัตรา
อัตราเงินเดือน 9400 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง : ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในสาขาวิชาช่างไฟฟ้า หรือช่างอิเล็กทรอนิกส์ หรือช่างไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และเป็นผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ของสำนักงาน ก.พ. ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขึ้นไป

5. ตำแหน่ง นายช่างศิลป์ปฏิบัติงาน
จำนวน 3 อัตรา
อัตราเงินเดือน 9400 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง : ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพในสาขาวิชาทางศิลปกรรม หรือวิจิตรศิลป์ หรือศิลปประยุกต์ หรือออกแบบผลิตภัณฑ์ และเป็นผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ของสำนักงาน ก.พ. ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขึ้นไป

6. ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
จำนวน 23 อัตรา
อัตราเงินเดือน 9400 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง : ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพในสาขาวิชาบัญชี (ปวช.) และเป็นผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ของสำนักงาน ก.พ. ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขึ้นไป

7. ตำแหน่ง เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน
จำนวน 7 อัตรา
อัตราเงินเดือน 11500 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง : ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพในสาขาวิชาบัญชีชั้นสูง (ปวส.) และเป็นผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ของสำนักงาน ก.พ. ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงขึ้นไป

8. ตำแหน่งเจ้าพนักงานชวเลขปฏิบัติงาน
จำนวน 14 อัตรา
อัตราเงินเดือน 9400 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง : ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพในสาขาวิชาพณิชยการ หรือเลขานุการ และ เขียนชวเลขภาษาไทยได้ในอัตราความเร็วนาทีละไม่น้อยกว่า 120 คำ พิมพ์ภาษาไทยได้ในอัตราความเร็วนาทีละไม่น้อยกว่า 35 คำ และพิมพ์ภาษาอังกฤษได้ในอัตราความเร็วนาทีละไม่น้อยกว่า 25 คำ และ เป็นผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ของสำนักงาน ก.พ. ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขึ้นไป

9. ตำแหน่ง เจ้าพนักงานการเงินและบัญชีปฏิบัติงาน
จำนวน 1 อัตรา
อัตราเงินเดือน 9400 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง : ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพในสาขาวิชาบัญชี พณิชยการ หรือเลขานุการ และเป็นผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ของสำนักงาน ก.พ. ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขึ้นไป

10. ตำแหน่งเจ้าพนักงานประชาสัมพันธ์ปฏิบัติงาน
จำนวน 1 อัตรา
อัตราเงินเดือน 9400 บาท
คุณสมบัติเฉพาะตำแหน่ง : ได้รับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ในสาขาวิชาภาษาต่างประเทศ หรือเลขานุการ หรือพณิชยการ และเป็นผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) ของสำนักงาน ก.พ. ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพขึ้นไป

การรับสมัครสอบ
ผู้ประสงค์จะสมัครสอบแข่งขัน สามารถสมัครได้ทางอินเทอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 30 กันยายน – 25 ตุลาคม 2562 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ ที่เว็บไซต์ https://senate.thaijobjob.com

lekatikanwut2562
ค่าตอบแทนที่ข้าราชการได้รับจากทางราชการ นอกเหนือจากเงินเดือนซึ่งเป็นการตอบแทนให้ตามค่าของงานในแต่ละตำแหน่งแล้ว ยังมีสวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูลต่างๆ อีกด้วย โดยสวัสดิการเป็นการให้ค่าตอบแทนเพื่อช่วยให้ข้าราชการมีความรู้สึกสะดวกสบายและมีความมั่นคงในการดำรงชีวิต เพื่อให้ผู้มีความรู้ความสามารถมารับสมัครงานราชการ ไม่ว่าจะเป็นงานราชการไม่ต้องผ่านภาค ก ก.พ. หรือไม่ก็ตามและสอบราชการท้องถิ่น ส่วนประโยชน์เกื้อกูลนั้น เป็นการให้ค่าตอบแทนเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติงาน โดยทั้งสวัสดิการและประโยชน์เกื้อกูลล้วนเป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้างขวัญกำลังใจให้ข้าราชการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและบังเกิดประสิทธิผล ตลอดจนจูงใจให้ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถเข้ามารับราชการและรักษาบุคคลเหล่านั้นให้อยู่ในระบบราชการ