| PhongXodiax.com พงษ์ โซดิแอกซ์+ปลุก DNA ความสำเร็จในตัวคุณ|

เผยเคล็ดลับความมั่งคั่ง ร่ำรวย ของเศรษฐีระดับโลก

อาการภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) EP.2 เรียงลำดับ 12 ขั้นตอนของการเกิดภาวะหมดไฟ

บอกต่อ:

ผ่านมาแล้ว 1 ตอน นะครับ สำหรับภาวะหมดไฟ (Burnout) เรื่องใกล้ตัวคนทำงาน
ท่านใดที่ยังไม่ได้อ่านก็สามารถเข้าไปอ่านได้ที่นี่นะครับ
อาการภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) EP.1 ทำความรู้จักและลองสังเกตตัวเอง-คนรอบตัว

มาวิเคราะห์เจาะลึกกันลงไปต่อสำหรับภาวะหมดไฟ (Burnout) ซึ่งเนื้อหาส่วนนี้จะเป็นวิชาการล้วนๆ นะครับ เชิญติดตามได้เลย

วงจรของภาวะหมดไฟ (Burnout) จากการวิเคราะห์ของนักจิตวิทยา

ปี ค.ศ. 1974 (พ.ศ.2517) Dr. Hebert J. Freudenberger จิตแพทย์ชาวเยอรมัน ได้สรุปขั้นตอนของการเกิดภาวะหมดไฟ (Burnout) ออกเป็น 12 ขั้นตอน โดยเริ่มจากช่วงไฟแรก จนไปถึงการเกิดภาวะหมดไฟ (Burnout) เต็มรูปแบบว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร

เรียงลำดับ 12 ขั้นตอนของการเกิดภาวะหมดไฟ (Burnout)

1. ระยะพิสูจน์ตนเอง (Compulsion to Prove Oneself) เป็นขั้นตอนเริ่มต้นของการหมดไฟ ส่วนใหญ่ก็เป็นตอนเริ่มงานใหม่ โดยคนๆ นั้นจะมีภาพของตัวเองในอุดมคติ มีความทะเยอทะยานต้องการที่จะพิสูจน์ตนเอง จึงเป็นระยะที่จะทำงานหนักเพื่อให้เพื่อนร่วมงานตระหนักถึงตนเอง

2. ระยะทำงานหนัก (Working Harder) เป็นขั้นที่ทำงานอย่างหนัก

เพื่อที่จะแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าเราเป็นบุคคลที่ไม่สามารถหาคนอื่นมาทดแทนได้ ทุ่มเทและสนใจแต่กับการทำงาน

3. ระยะไม่ใส่ใจความต้องการของตนเอง (Neglecting Their Needs) เมื่อทำการทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างมากเกินไปจนเหมือน“บ้างาน” ทำให้คนๆ นั้นเริ่มละเลยความต้องการพื้นฐานของตนเอง เช่น

ไปเที่ยวน้อยลง หอบงานไปทำที่งาน เสาร์-อาทิตย์ก็ยังทำงาน นอนน้อย ทำงานจนดึกดื่น ใช้เวลากับเพื่อนฝูงหรือครอบครัวน้อยลง

4. ระยะเริ่มเกิดความขัดแย้ง (Displacement of Conflicts) เมื่อบ้างานถึงจุดหนึ่ง ในระยะนี้คนๆ นั้นจะเริ่มคิดแล้วว่าชีวิตของตนเองมันมีบางอย่างที่ “ผิด” ไปหรือรู้สึกว่า “มีอะไรบางอย่างทะแม่ง ๆ นะ” แต่ก็ไม่สามารถเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ว่าคืออะไร

คนที่อยู่ในระยะนี้มักจะเริ่มมีอาการเจ็บป่วยทางกายบ่อยๆ เช่น ปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดหลัง ปวดท้อง นอนไม่หลับ

เป็นต้น

5. ระยะปรับคุณค่าใหม่ (revision of values) หลังจากงง ๆ สับสนกับตัวเองว่า “เกิดอะไรกะตรูวะ” ทำให้คน ๆ นั้นพยายามกลับมาคิดใหม่ว่า อะไรที่เป็นสิ่งที่มี “คุณค่า” ที่สุดสำหรับตัวเอง โดยคนที่จะ Burnout จะมองว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตคือ “งาน” เท่านั้น และงานนี่แหละที่จะทำให้ชีวิตเราดีขึ้น

ทำให้ยิ่งละเลยความต้องการพื้นฐานของร่างกายและความสัมพันธ์อื่นๆ ไปจนหมดสิ้น

รวมทั้งหลีกเลี่ยงความขัดแย้งในใจตนเองด้วยการไม่สนใจหรือไม่รับรู้เรื่องอารมณ์อีกต่างไป

6. ระยะปฏิเสธไม่รับรู้ปัญหา (Denial of Emerging Problems) เป็นระยะที่จะเริ่มแสดงอาการภาวะหมดไฟ (Burnout) ผู้ที่อยู่ในระยะนี้จะเริ่มแสดงอารมณ์บางอย่างออกมาให้เห็น เช่น

ขาดความอดทน โกรธง่าย ดูก้าวร้าว มักจะต่อว่าหรือโทษว่าเป็นเพราะงานหรือเพราะคนอื่นที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วเป็นตัวเองนั่นแหละที่เปลี่ยนแปลงไป

7. ระยะแยกตัว (Withdrawal) เป็นขั้นที่คนๆ นั้นจะแยกตัว เข้าสังคมน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำงานโดยแทบไม่มีความสัมพันธ์กับคนในที่ทำงาน

รู้สึกไม่มีแรงจูงใจในการทำงานและไม่มีทิศทาง จึงทำงานแบบยึดติดกับกฏหรือคำสั่งอย่างเคร่งครัด

เช่น ทำงานตามที่ได้รับมอบหมายหรือตามกฎเท่านั้น ไม่ทำเกินกว่านั้นแม้ว่าจะทำให้ผลงานดีขึ้นหรือเป็นประโยชน์กับองค์กรก็ตาม

8. ระยะพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง (Obvious Behavioral Changes) เป็นระยะที่บุคคลภายนอก (เช่น เพื่อนร่วมงาน ครอบครัว) สามารถสังเกตเห็นถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างชัดเจน

จากคนที่เคยแอคทีฟ ร่าเริง มีความสุข กลายเป็นคนเก็บตัว หงุดหงิด ฉุนเฉียว ดูทุกข์ และไม่ค่อยดูแลตัวเอง

9. ระยะขาดความเป็นบุคคล (Depersonalization) เป็นระยะที่คนๆ นั้นจะมองไม่เห็นคุณค่าในตัวเองและคนอื่น รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นหุ่นยนต์

ทำงานเดิมๆ แบบให้จบไปวันๆ ไม่มองถึงอนาคต และไม่รับรู้ถึงความต้องการของตัวเอง

10. ระยะว่างเปล่าภายใน (inner emptiness) ในขั้นนี้ผู้ที่เป็นจะรู้สึกว่าภายในใจตัวเองว่างเปล่า ทำให้อาจหันเหไปทำกิจกรรมอื่นที่ไม่เหมาะสม เช่น

กินมาก มีเพศสัมพันธ์ไม่เหมาะสม ดื่มเหล้าหรือใช้ยาเสพติด เพื่อช่วยลดความรู้สึกนั้น

11. ระยะซึมเศร้า (depression) จะมีอาการเหมือนภาวะซึมเศร้าอย่างเต็มที่ เช่น เศร้า ไม่อยากทำอะไร รู้สึกตัวเองไร้ค่า ไร้ความหวัง ไร้อนาคต ไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิต และ

มีอาการทางกายอื่นๆ เช่น นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย

12. ระยะฺอาการภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) อย่างเต็มที่ ในระยะนี้คนๆ นั้นมักอยากหนีจากสถานการณ์ที่ประสบอยู่ เช่น

คิดจะลาออก หรือบางคนก็หนีไปไม่มาทำงานดื้อๆ ในบางคนที่มีอาการรุนแรง อาจถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย

โดยที่ในระยะที่ 11-12 เป็นระยะที่ควรไปพบแพทย์และรับการบำบัดรักษา

เรียบเรียงจาก
– บทความ “หมดไฟ” …. “Burnout” โดย หมอคลองหลวง จาก Facebook สมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย
– wikipedia.org

เนื้อหามีทั้งหมด 3 ตอน
อาการภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) EP.1 ทำความรู้จักและลองสังเกตตัวเอง-คนรอบตัว
อาการภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) EP.2 เรียงลำดับ 12 ขั้นตอนของการเกิดภาวะหมดไฟ
อาการภาวะหมดไฟ (Burnout Syndrome) EP.3 เรียนรู้สาเหตุของปัญหาและหาทางออกที่ดีที่สุด

เว็บ phongxodiax.com ขอแนะนำคําคมแรงบันดาลใจในการทํางาน สำหรับหลายๆคนจำเป็นที่จะต้องหาแรงบันดาลใจในการทํางานเพราะการทำงานเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต วิธีง่ายที่สุดในการหาแรงบันดาลใจนั่นคือคำคมสร้างแรงบันดาลใจในการทํางาน เพราะจะช่วยได้มาก หลายๆคนพิสูจน์ให้เห็นมาแล้ว เช่นบางคนไม่มีแรงบันดาลใจในการทํางานหรือหนักกว่านั้นคือบางคนขาดแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากๆ เพราะในสังคมออนไลน์ก็มีการพูดถึงกันมากเรื่องแรงบันดาลใจในการทํางาน pantip สังคมออนไลน์อันดับหนึ่งของเมืองไทย ซึ่งแน่นอนที่สุดที่ว่าข้อคิดดีๆ ในการทํางานสามารถสร้างคนจากคนขี้แพ้เป็นสุดยอดคนเก่งมานักต่อนักแล้ว บางคนจากคนอ่อนๆ กลายเป็นนักพูดสร้างแรงบันดาลใจในการทํางานจนได้รับยกย่องไปเลยก็มี สิ่งที่ขาดไม่ได้ในการทำงานคือคติในการทํางานร่วมกันหรือคติสอนใจในการทํางาน บางทีการทำงานเป็นทีมอาจจะต้องมีคําคมความสุขในการทํางานเพื่อให้การทำงานสนุกและสร้างสรรค์ ถึงตรงนี้หลายคนคงได้คำตอบแล้วว่าการทํางานอย่างไรให้มีความสุขมีอะไรบ้าง รวมทั้งข้อคิดในการใช้ชีวิตประจำวัน และที่สำคัญในออฟฟิศอย่าลืมคติในการทํางานเป็นทีมด้วยหล่ะ