| PhongXodiax.com พงษ์ โซดิแอกซ์+ปลุก DNA ความสำเร็จในตัวคุณ|

เผยเคล็ดลับความมั่งคั่ง ร่ำรวย ของเศรษฐีระดับโลก

Bernard Arnault มหาเศรษฐีเจ้าของกลุ่มสินค้าแบรนด์หรูที่ใหญ่ที่สุดในโลก

บอกต่อ:
จากการจัดอันดับ 10 อันดับมหาเศรษฐีโลกประจำปี 2019 โดยนิตยสารฟอร์บส โดยอันดับที่ 4 นั้นได้แก่ “Bernard Arnault” ซึ่งมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมแล้วกว่า 7.6 หมื่นล้านเหรียญ

สำหรับใครที่ติดตามวงการแฟชั่นอยู่คงไม่มีใครเลยที่จะไม่รู้จักชายคนนี้ Bernard Arnault (แบร์นาร์ด อาร์โนลต์) เจ้าของ LVHM กลุ่มธุรกิจสินค้าแบรนด์หรูที่ใหญ่ที่สุดในโลก พอพูดแบบนี้แล้วทุกๆ คนคงจะคิดว่าเขาคงจะเริ่มต้นทุกอย่างด้วยการเป็นดีไซน์เนอร์แน่ๆ แต่เปล่าเลย เขาเริ่มต้นจากการทำธุรกิจก่อสร้าง ซึ่งเป็นธุรกิจที่ได้รับสืบทอดมาจากครอบครัว ช่วงต้นทศวรรษ 1980’s เขาได้พยายามขยายกิจการอสังหาริมทรัพย์ตากอากาศของเขาไปที่อเมริกา จึงได้ไปอยู่ที่รัฐ Florida นานถึง 3 ปีเลยทีเดียว แต่การขยายกิจการไปอเมริกาของเขาก็ไม่ประสบความสำเร็จ แต่นั่นก็ทำให้เขาได้บทเรียนที่มีค่ามา เขาเริ่มเรียนรู้ถึงวิธีการเทคโอเวอร์บริษัทจากพวกนักธุรกิจอเมริกัน และยังได้เรียนรู้ถึงพลังของการขยายธุรกิจโดยการเทคโอเวอร์

ต่อมา ในปี 1984 เขาก็มีไอเดียว่า สินค้าหรูหรานั้นเป็นสินค้าที่ขายได้กำไรดีที่สุด เขาเลยเปลี่ยนจากการทำธุรกิจทำบ้านพักตากอากาศไปเทคโอเวอร์ Financière Agache ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำสินค้าหรูในเวลานั้น และหลังจากที่เขาครอบครอง Financière Agache ได้ไม่นาน ก็ได้เข้าซื้อกิจการ Boussac Saint-Frères ซึ่งเป็นบริษัททำสิ่งทอและผ้าอ้อมที่ล้มละลายไปแล้วและกำลังถูกขายทอดตลาด เป้าหมายการของซื้อของเขาในครั้งนี้ก็เพื่อครอบครองแบรนด์แฟชั่นอย่าง Christian Dior และห้าง Le Bon Marché ที่บริษัท Boussac Saint-Frères เป็นเจ้าของอยู่ จากนั้นก็ได้ทำการขายกิจการอื่นๆ ของบริษัททิ้งทั้งหมด และเหลือไว้เพียง Christian Dior กับ Le Bon Marché เท่านั้น

ต่อมาในปี 1987 แบรนด์หรูอย่าง Louis Vuitton ก็ได้รวมกิจการกับบริษัทผลิตแชมเปญ Moët & Chandon และบริษัทผลิตคอนยัค Hennessy ออกมาเป็นบริษัทใหม่ชื่อว่า LVMH หลังจากนั้นใหม่นี้ก็เริ่มเข้าเจรจาซื้อแบรนด์ดังต่างๆ เป็นจำนวนมากไม่ว่าจะเป็น Givenchy, Emilio Pucci, Marc Jacob, Loewe, Celine, Kenzo, Fendi, Donna Karan และอื่นๆ อีกกว่า 70 แบรนด์ และในขณะที่ LVMH กำลังไล่ซื้อหุ้นของแบรนด์ต่างๆ อยู่นั้น Christian Dior ของเขาก็กำลังไล่ซื้อหุ้นของ LVMH อยู่ด้วยเช่นกัน Christian Dior ก็กลายเป็นแบรนด์ที่ถือหุ้นรายใหญ่ของกลุ่ม LVMH ไปในที่สุด ด้วยจำนวนหุ้นกว่า 47 % ทำให้เขาซึ่งเป็นประธานของ Christian Dior มีสิทธิออกเสียงให้การประชุมผู้ถือหุ้นเกิน 50 % นั้นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เขากลายเป็นเจ้าของกลุ่มกลุ่มธุรกิจ LVMH ไปโดยปริยาย และได้เป็นบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกเป็นอันดับที่ 4 ในปี 2019 นี้นี่เอง