| PhongXodiax.com พงษ์ โซดิแอกซ์+ปลุก DNA ความสำเร็จในตัวคุณ|

เผยเคล็ดลับความมั่งคั่ง ร่ำรวย ของเศรษฐีระดับโลก

Ma Huateng มหาเศรษฐีเจ้าของอาณาจักร Tencent

บอกต่อ:

จากการจัดอันดับมหาเศรษฐีโลกประจำปี 2019 โดยนิตยสารฟอร์บส (forbes) โดยอันดับที่ 20 นั้นได้แก่ หม่า ฮั่วเถิง (Ma Huateng) ซึ่งมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมแล้วกว่า 38.8 หมื่นล้านเหรียญ

หม่า ฮั่วเถิง (Ma Huateng) หรือที่ยังเป็นที่รู้จักกันในนาม โพนี หม่า (Pony Ma) เกิดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม ค.ศ. 1971 (พ.ศ.2514) ที่เขตเฉาหยาง ซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง เมื่อหม่า เฉินชู่ ซึ่งเป็นพ่อของเขาได้รับตำแหน่งผู้จัดการท่าเรือในเซินเจิ้นใกล้ฮ่องกง หม่าในวัยหนุ่มก็ได้ติดตามพ่อมาอยู่ที่เซินเจิ้นด้วย หม่า

ฮั่วเถิง เข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเซินเจิ้นในปี ค.ศ. 1989 และสำเร็จการศึกษาในปี ค.ศ. 1993 ด้วยปริญญาวิทยาศาสตรบัณฑิตสาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์

เริ่มทำงานมีรายได้ 176 ดอลลาร์ต่อเดือน

หม่า ฮั่วเถิง เริ่มทำงานตำแหน่งแรกในไชนาโมชันเทเลคอมดีเวลลอปเมนท์ ผู้จัดจำหน่ายบริการและผลิตภัณฑ์โทรคมนาคม ที่ซึ่งเขารับผิดชอบการพัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับวิทยุติดตามตัว เขาได้รับรายได้ 176 ดอลลาร์ต่อเดือน เขายังทำงานให้กับบริษัท เซินเจิ้นรุ่นซุ่นคอมมูนิเคชัน จำกัด ในแผนกวิจัยและพัฒนาสำหรับบริการโทรศัพท์ทางอินเทอร์เน็ต

ก่อตั้งเทนเซ็นต์ (Tencent) มีแรงบันดาลใจจาก ICQ

หม่า ฮั่วเถิง ไปเป็นผู้ร่วมก่อตั้งเทนเซ็นต์ในปี ค.ศ. 1998 พร้อมเพื่อนร่วมชั้นอีก 4 คน ผลิตภัณฑ์แรกของบริษัทมีมาหลังจากที่หม่าได้เข้าร่วมในงานนำเสนอสำหรับไอซีคิว (ICQ) ที่เป็นบริการส่งข้อความโต้ตอบแบบทันทีทางอินเทอร์เน็ตรายแรกของโลก ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1996 โดยบริษัทของประเทศอิสราเอล แรงบันดาลใจจากแนวคิดดังกล่าว หม่าและทีมงานของเขาได้เปิดตัวซอฟต์แวร์ที่คล้ายคลึงกันในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ. 1999 ด้วยอินเตอร์เฟซภาษาจีนและชื่อที่แตกต่างกันเล็กน้อย ในชื่อโอไอซีคิว (OICQ หรือ โอเพนไอซีคิว) ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว และรวบรวมผู้ใช้ที่ลงทะเบียนไว้แล้วกว่าล้านรายภายในสิ้นปี ค.ศ. 1999 ทำให้เป็นหนึ่งในบริการที่ใหญ่ที่สุดในประเทศจีน

ตั้งแต่บริการโอไอซีคิวที่มีค่าของเทนเซ็นต์ ถูกนำเสนอโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย บริษัทได้มองหานายทุนร่วมเพื่อรองรับต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น ในปี ค.ศ. 2000 หม่าหันไปหาศูนย์ข้อมูลอินเทอร์เน็ตของบริษัทที่ลงทุนในสหรัฐ และบริษัทแปซิฟิกเซ็นจูรีไซเบอร์เวิร์ก (PCCW) ผู้ให้บริการโทรคมนาคมในฮ่องกง ซึ่งซื้อหุ้น 40 เปอร์เซ็นต์ของเทนเซ็นต์จำนวน 2.2 ล้านดอลลาร์ ด้วยตลาดเพจเจอร์ซึ่งอายุมากแล้ว หม่าได้ปรับปรุงแพลตฟอร์มการรับส่งข้อความโดยให้ผู้ใช้คิวคิวส่งข้อความไปยังโทรศัพท์มือถือ ครั้นแล้ว 80 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ของบริษัทมาจากข้อตกลงกับผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่ตกลงที่จะแบ่งปันค่าข้อความ

แพ้คดีให้ OAL ต้องเปลี่ยนชื่อเป็น QQ

หลังจากเอโอแอล (อเมริกาออนไลน์) ซื้อไอซีคิวในปี ค.ศ. 1998 บริษัทได้ฟ้องเทนเซ็นต์ต่อศาลอนุญาโตตุลาการแห่งชาติในสหรัฐ โดยอ้างว่าชื่อโดเมนของคิวไอซีคิวอย่าง QICQ.com และ QICQ.net มีการละเมิดสิทธิทรัพย์สินทางปัญญาของไอซีคิว ซึ่งเทนเซ็นต์เป็นฝ่ายแพ้คดีและต้องปิดเว็บไซต์

เพื่อป้องกันการฟ้องร้องคดีอื่น ๆ ในเดือนธันวาคม ค.ศ. 2000 หม่าได้เปลี่ยนชื่อซอฟต์แวร์เป็น “คิวคิว -QQ” (โดย “คิว” และ “คิวคิว” ใช้แทนคำว่า “คิวต์” (Cute) ที่แปลว่า “น่ารัก”)

หลังจากคดีเอโอแอล หม่า ฮั่วเถิง ตัดสินใจขยายผลงานทางธุรกิจของเทนเซ็นต์ ในปี ค.ศ. 2003 เทนเซ็นต์ได้เปิดตัวพอร์ทัลของตัวเอง (QQ.com) และทำการบุกในตลาดเกมออนไลน์ ภายในปี ค.ศ. 2004 เทนเซ็นต์กลายเป็นผู้บริการส่งข้อความโต้ตอบแบบทันทีของจีนที่ใหญ่ที่สุด (ครอบครอง 74 เปอร์เซ็นต์ของตลาด) กระตุ้นให้หม่าเข้าจดทะเบียนบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง หลังจากที่บริษัทได้ระดมทุน 200 ล้านดอลลาร์ในการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน หม่ากลายเป็นหนึ่งในคนที่ร่ำรวยที่สุดในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมของจีนได้อย่างรวดเร็ว

ในปี ค.ศ. 2004 เทนเซ็นต์ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มเกมออนไลน์และเริ่มจำหน่ายสินค้าเสมือนเพื่อสนับสนุนเกมที่เผยแพร่บนแพลตฟอร์มดังกล่าว

บุกตลาดต่างประเทศ

  • ในปี 2010 หม่า ฮั่วเถิงได้เข้าซื้อหุ้นของ Sanook.com ของไทย โดยในปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น บริษัท เทนเซ็นต์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมกับสร้างแอพ Noozup ที่ะทำหน้าที่ฟีดข่าวต่าง ๆ ในกลุ่มผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนเป็นหลัก
  • ในปี 2015 ได้เปิดตัวแอพสตรีมมิ่งที่ชื่อว่า JOOX โดยเปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศแอฟริกาใต้ และในปี 2016 ก็ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ประเทศไทย โดย ณ ปัจจุบัน กลายเป็นแอพสตรีมมิ่งเพลงอันดับหนึ่งในประเทศ ฮ่องกง, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, แอฟริกาใต้และประเทศไทย โดยมี Active User มากกว่า 10 ล้าน ซึ่งในกลุ่มคนเหล่านี้ แม้ว่าจะมีสมาชิกเพียง 3% ที่จ่ายค่าบริการ แต่กลับเป็นรายได้กว่า 50% ของรายได้ทั้งหมดของ JOOX และอีก 50% เป็นรายได้จากค่าโฆษณา และในธุรกิจเพลงยังมี QQ Music, Kugou และ Kuwo ที่มีผู้ใช้งานรวม ๆ แล้วมากกว่า 600 ล้านคนอีกด้วย
  • หม่า ฮั่วเถิงยังได้เข้าลงทุนใน JD.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซอันดับที่ 2 ของจีน เป็นรองแค่ Alibaba.com ของ Jack Ma เท่านั้น โดย Tencent ถือหุ้นของ JD อยู่ประมาณ 21.25% และ JD เองก็ได้ไปลงทุนต่อใน Xiaomi นอกจากนั้น ในปัจจุบันนี้ JD.com ยังได้เข้ามาลงทุนใน Central ของประเทศไทยอีกด้วย โดยร่วมกันก่อตั้ง JD.co.th เพื่อรุกตลาดอีคอมเมิร์ซ
  • หม่า ฮั่วเถิงยังได้ลงทุนใน Didi Dache ที่ปัจจุบันใช้ชื่อว่า Didi Chuxing ซึ่งเป็นแอพลิเคชั่นที่ใช้เรียกรถแท็กซี่ ที่สามารถเอาชนะ Uber ในจีนได้อย่างราบคาบ ถึงขนาดที่ว่า Uber ในจีน ต้องยอมถอยและขายกิจการทั้งหมดในจีนให้กับ Didi เพราะหลังจากที่ Tencent ร่วมกับ Didi แล้ว ทาง Tencent ที่เป็นเจ้าของแอพแชทอย่าง Wechat ที่ทำการบล็อก Uber ไม่ให้เข้าถึงผู้คนในจีนได้ ซึ่งเป็นคนในจีนกลุ่มใหญ่มาก ทำให้ Uber สูญเสียช่องทางการเข้าถึงลูกค้ากลุ่มใหญ่
  • ในส่วนของสื่อความบันเทิง ทาง Tencent ยังได้ร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ HBO, NBA, Warner Bros เพื่อจัดจำหน่ายและถ่ายทอดสดแต่เพียงผู้เดียวในประเทศจีน
  • และนอกจากนั้น ยังได้ลงทุนในบริษัทระดับโลกชื่อดังอย่าง Snapchat ของ Evan Spiegel และ Tesla Motors ของ Elon Musk อีกด้วย

จิปาถะ

หม่าใช้ชื่อเล่นว่าโพนี ซึ่งมาจากการแปลภาษาอังกฤษของนามสกุลของเขา ที่หมายถึง “ม้า”

หม่า ฮั่วเถิง ไม่ค่อยปรากฏตัวในสื่อมากนัก เขาเชื่อในหลักคำสอนที่ว่า “แนวคิดไม่สำคัญในประเทศจีน – หากแต่เป็นการลงมือทำ”

อ้างอิง

https://wikipedia.org