| PhongXodiax.com พงษ์ โซดิแอกซ์+ปลุก DNA ความสำเร็จในตัวคุณ|

เผยเคล็ดลับความมั่งคั่ง ร่ำรวย ของเศรษฐีระดับโลก

Elon Musk มหาเศรษฐีเจ้าของโปรเจ็คเปลี่ยนโลก

บอกต่อ:

จากการจัดอันดับมหาเศรษฐีโลกประจำปี 2019 โดยนิตยสารฟอร์บส (forbes) โดยอันดับที่ 40 นั้นได้แก่ อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ซึ่งมีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิรวมแล้วกว่า 22.3 หมื่นล้านเหรียญ

อีลอน รีฟ มัสก์ (Elon Reeve Musk) เกิดเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน ค.ศ. 1971 (พ.ศ. 2514) ที่ประเทศแอฟริกาใต้ คุณพ่อของเขาคือ Errol Musk เป็นวิศกรซึ่งเป็นชาวแอฟริกาใต้ที่มีสัญชาติอังกฤษ แม่ของเขาคือ Maye Musk เป็นลูกครึ่งแคนาเดียน-อังกฤษ เป็นนางแบบและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหาร

เรียนรู้การเขียนโปรแกรมตั้งแต่อายุ 9 ขวบ

ตอนครบรอบวันเกิดอายุ 9 ขวบ อีลอน มัสก์ ได้รับของขวัญเป็นคอมพิวเตอร์ Commodore VIC-20 และเขาก็เริ่มให้ความสนใจในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์และเริ่มเรียนรู้ด้วยตัวของเขาเอง ตอนที่เขาอายุได้ 12 ขวบ อีลอน มัสก์ ก็สามารถเขียนเกมขึ้นมาเล่นเองที่ชื่อ Blaster ซึ่งสามารถขายได้ในราคา 500 เหรียญฯ

ถึงแม้ว่าชีวิตวัยเรียนของเขาจะไม่สดใสเท่าไหร่นัก แต่เขาก็เรียนการพูดภาษาอังกฤษจากโรงเรียน Waterloof House Preparatory School และจบมัธยมศึกษาจากโรงเรียน Pretoria Boys High School ในที่สุด ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ที่ประเทศแคนาดาจนได้รับสัญชาติอย่างถูกต้องตามกฎหมายในปี 1989

เขาเริ่มต้นชีวิตมหาวิทยาลัยที่ Queen’s University in Kingston รัฐ Ontario ประเทศแคนาดา หลังจากเรียนที่แรกได้เพียง 2 ปีเขาก็มีโอกาสได้ย้ายไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา และเข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัย University of Pennsylvania และเมื่อเขาอายุ 24 ปี เขาก็สำเร็จการศึกษาและได้รับปริญญาตรีทั้งสิ้น 2 สาขา คือ สาขาเศรษฐศาสตร์จาก Wharton School of Business และสาขาฟิสิกส์จาก University of Pennsylvania ในตอนแรกเขาตัดสินใจจะต่อชีวิตมหาวิทยาลัยด้วยปริญญาสาขา High Energy Physics แต่เขาก็ได้ตัดสินใจยุติมันลง และเริ่มต้นชีวิตการสร้างธุรกิจของเขาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เป็นเศรษฐีตอนอายุ 28 ปี

Zip2 คือบริษัทแรกที่เขาก่อตั้งขึ้นโดยเริ่มต้นธุรกิจกับน้องชายของเขา Kimbal Musk ทำธุรกิจเกี่ยวกับการจัดหาข้อมูลออนไลน์ให้กับสื่อชื่อดังหลายแห่ง เขาทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับบริษัทแรกในชีวิตเขาเป็นอย่างมาก พวกเขาได้รับเงินทุนจำนวนก้อนหนึ่งจาก Angel Investor หรือนักลงทุนอิสระ เขาได้อาศัยหลับนอนที่เดียวกันกับที่เขาเช่าใช้เป็นออฟฟิศ และในเวลาที่ต้องอาบน้ำเขาก็ต้องเดินไปสนามกีฬาที่อยู่ใกล้ ๆ กัน ในที่สุด Zip2 ก็ถูกเสนอซื้อ โดยจ่ายด้วยเงินสดจำนวน 307 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และอยู่ในรูปของหุ้นอีก 34 ล้านเหรียญฯ

รวม ๆ แล้ว Zip2 สามารถทำเงินได้กว่าหมื่นล้านบาท ซึ่ง อีลอน มัสก์มีหุ้นส่วนในบริษัทอยู่ 7 เปอร์เซ็นต์ เขาจึงได้รับส่วนแบ่งประมาณ 22 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือราว ๆ 680 ล้านบาท และการตัดสินใจขายของเขาทำให้เขากลายเป็นเศรษฐีด้วยวัยเพียง 28 ปีเท่านั้นเอง

เขาเริ่มต้นบริษัทต่อมาด้วยการก่อตั้งบริษัท X.com ซึ่งเป็นธุรกิจเกี่ยวกับธนาคารออนไลน์ โดยในปี 2000 บริษัทก็ได้ควบรวมกิจการ Confinity เข้ามาและริเริ่มการพัฒนาระบบโอนเงินผ่านโลกออนไลน์ที่เรียกว่า Paypal จนประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลและกลายมาเป็นชื่อบริษัทในที่สุด จนกระทั่งในปี 2002 eBay ก็เข้าซื้อกิจการ Paypal ไปในราคา 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดย อีลอน มัสก์ได้รับส่วนแบ่งเป็นจำนวน 180 ล้านเหรียญฯ

ในปี 2002 เขาได้ก่อตั้ง SpaceX ขึ้นมา โดย SpaceX เป็นบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับการเดินทางในอวกาศ อีลอน มัสก์ ถือว่าเป็นผู้ที่สนใจในเรื่องประสบการณ์การท่องอวกาศมานานแล้ว เขาฝันว่าวันหนึ่งการเดินทางท่องเที่ยวในอวกาศจะเป็นเทคโนโลยีที่ราคาไม่แพงและเป็นประสบการณ์ชั้นเยี่ยมที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ บริษัทนี้จึงถือกำเนิดขึ้นและยังคงดำเนินงานมาจนถึงปัจจุบัน

เข้าสู่ธุรกิจโลกพลังงานสะอาด

ในปี 2003 ด้วยความฝันเรื่องโลกพลังงานสะอาดก็ผลักดันให้เขาก่อตั้ง Tesla หรือบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าขึ้น ต่อมาในวันที่ 29 มิถุนายน ปี 2010 Elon Musk ก็ได้นำ Tesla Motors(TSLA) เข้าระดมทุนในตลาดหุ้น Nasdaq โดยราคาหุ้นเริ่มต้นที่ 17 ดอลล่าร์ต่อหุ้น และสามารถระดมทุนได้กว่า 225 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (หรือราว ๆ 7 พันล้านบาท)

และหลังจากนั้น ก็ได้ออกรถรุ่นใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Model S, Model X และล่าสุด Model 3 ที่เปิดตัวเมื่อวันที่ 31 มีนาคม ปี 2016 โดยมีราคาถูกที่สุดตั้งแต่ Tesla Motors เคยทำมา โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 35,000 เหรียญฯ

ในปี 2003 เขาได้ติดต่อ SolarCity Corperation ที่มีสำนักงานใหญ่ที่ San Mateo, California ก่อตั้งโดยสองญาติพี่น้องอย่าง Lyndon Rive และ Peter Rive โดย Elon Musk ได้ลงทุนเงินไปเป็นจำนวน 10 ล้านเหรียญฯ

โดย SolarCity ได้จัดส่งพลังงานแสงอาทิตย์ไปยังที่อยู่อาศัยของพลเรือนและรัฐบาล และในปี 2008 ยังได้เข้าไปติดตั้งระบบสร้างพลังงานแสงอาทิตย์ให้กับบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง British Motors และ eBay อีกด้วย

การเข้าไปลงทุนใน SolarCity ของ Elon Musk นั้น เนื่องจากเขาต้องการสร้าง Eco-system โดยใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อนำไปซับพอร์ทกับที่เติมพลังงานไฟฟ้าให้กับ Tesla Motors และเป็นการรณรงค์เพื่อลดภาวะโลกร้อนโดยหันมาใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอร์รี่

โดยในวันที่ 10 ธันวาคม ปี 2012 SolarCity ได้เข้าระดมทุน IPO ในตลาดหุ้น ซึ่งมูลค่าของหุ้นนั้น เพิ่มขึ้นจาก 8 ดอลล่าร์ เป็น 11.79 ดอลล่าร์ และในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ ปี 2015 ราคาหุ้นก็พุ่งขึ้นไปที่ 57.60 ดอลล่าร์

ซึ่งต่อมา Tesla Inc. ได้เข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ SolarCity ไปในราคา 2.6 พันล้านเหรียญฯ และคาดการณ์เอาไว้ว่าบริษัทนี้มีศักยภาพมากพอที่จะกลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่ากว่า $1 Trillion (1 ล้านล้านดอลล่าร์ฯ) ได้ในอนาคต

อ้างอิง

https://th.wikipedia.org

https://www.blueoclock.com/elon-musk-story

http://www.investerest.co/business/elon-musk