fbpx

| PhongXodiax.com พงษ์ โซดิแอกซ์+ปลุก DNA ความสำเร็จในตัวคุณ|

เผยเคล็ดลับความมั่งคั่ง ร่ำรวย ของเศรษฐีระดับโลก

13 สิ่งที่คนรวยเขาไม่ทำกัน แต่คนจนชอบทำ

บอกต่อ:

การกระทำในบางสิ่ง กับการไม่กระทำในบางสิ่ง จะส่งผลโดยตรงต่อชีวิตความเป็นอยู่ ความมั่งคั่ง ร่ำรวย ของคนเราได้ วันนี้เรามาดูกันว่า อะไรบ้างที่เราไม่ควรทำ ถ้าอยากเป็นคนที่มีความมั่งมั่ง ร่ำรวย

1.โทษได้ทุกอย่าง ยกเว้นโทษตัวเอง

คุณคงจะเคยเห็นมาด้วยตัวเอง กับคนที่มักจะโทษๆๆ อะไรก็ตามที่พอจะนึกได้ ว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้ตนเองไม่มีเงินมากขึ้น เช่น โทษรัฐบาลว่าทำให้เศรษฐกิจย่ำแย่ โทษแฟนว่าทำให้ตนเองตกต่ำหาเงินไม่ได้ โทษเพื่อนสนิทว่ามัวแต่พาไปทำอะไรก็ไม่รู้ทำให้ไม่มีเวลาหาเงิน

สรุปแล้วคือโทษทุกอย่างยกเว้นที่จะหันมาโทษตัวเอง ลองหันไปมองคนที่เขารวยๆดู เขาไม่เคยโทษอะไรทั้งสิ้นเพราะปัญหาทุกอย่างมันมีทางแก้เสมอ

2. น้ำเต็มแก้ว รู้หมดทุกอย่างแล้วไม่ต้องมาสอน

คนรวยคือคนที่ไม่ยอมรับว่าตัวเองรู้ทุกเรื่อง เมื่อเมื่อไม่รู้ทุกเรื่องก็เป็นโอกาสที่ทำให้ต้องศึกษาหาความรู้ใหม่ๆ ตลอดเวลา ทำให้เห็๋นช่องทางหารายได้เพิ่มมากขึ้น เพราะเทคโนโลยี่ไปเร็วมากๆ อะไรที่เรารู้และชำนาญอาจจะตกยุคไปแล้วก็ได้

ตรงกันข้ามกันคนส่วนใหญ่ที่มักจะขี้เกียจในการหาความรู้ใหม่ๆ หาลู่ทางใหม่ๆ เพื่อให้มีรายได้เพิ่ม โดยอ้างอยู่คำเดียว “ฉันรู้หมดแล้ว ไม่ต้องเรียนรู้อะไรเพิ่ม” ทำให้ขาดโอกาสที่จะได้พบช่องทางหารายได้ใหม่ๆ ไปอย่างน่าเสียดาย กว่าจะรู้ตัวอีกทีโอกาสใหม่ๆ นั้นก็ตกยุคไปซะแล้ว

3.กลัวไปหมดทุกอย่าง

หลายคนไม่กล้าลงทุนหารายได้เพิ่ม เพราะกลัวจะขาดทุน กลัวจะเสียเวลาเปล่า กลัวจะขายหน้าถ้าทำไม่สำเร็จ ทำให้ตนเองติดอยู่หลังกำแพงความกลัว ซึ่งแตกต่างจากคนรวยที่จะตัดความคิดเหล่านี้ออกไปจากหัว ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มลงมือทำ ทำให้คนรวยประสบความสำเร็จเพราะก้าวข้ามกำแพงความกลัวไปแล้ว

4.ไม่อยากออกจากพื้นที่สบายของตนเอง

พื้นที่สบายหรือ Comfort Zone คือจุดที่ทำให้คนเราทุกคนรู้สึกปลอดภัยถ้าไม่ก้าวออกไปจากจุดนี้ แต่ Comfort Zone หรือความสะดวกสบายก็ต้องแลกมาด้วยการหมดโอกาสที่จะก้าวไปสู่สิ่งที่ดีกว่า สิ่งที่สร้างรายได้ได้สูงกว่า เพราะสิ่งดีๆ เหล่านี้มันอยู่นอก Comfort Zone นั่้นเอง

ตรงกันข้ามกับคนรวยเพราะพวกเขาพร้อมที่จะก้าวออกจากจุดที่สบายและปลอดภัย ไปยังจุดที่มีความเสี่ยงมากกว่า แต่แลกมาด้วยความสำเร็จที่มากกว่า และรายได้ที่สูงกว่า

5. ชอบตัดสินคนอื่นจากภายนอก

การตัดสินคนอื่นจากภายนอกนั้นมันเป็นเรื่องง่ายมากๆ เพราะไม่ต้องอาศัยความรู้หรือเหตุผลที่เหมาะสมใดๆ ใช้อคติล้วนๆ นี่คือเรื่องราวปกติทั่วไปที่พบเห็นทุกวันทางโซเซี่ยล

แต่มันเกี่ยวข้องอะไรกับความรวยหรือความจนหล่ะ
เกี่ยวข้องกันซิ เพราะหากคุณเห็นคนรวยแล้วตัดสินพวกเขาว่า พวกเขารวยจากมรดกทรัพย์สินที่แก่งแย่งมาจากตระกูล รวยจากการโกง รวยจากการทำธุรกิจผิดกฏหมาย พวกคนรวยเป็นคนไม่ดี ในท้ายที่สุด ในหัวของคุณก็จะเริ่มสร้างภาพว่า ฉันเกลียดคนรวยเพราะคนรวยเป็นคนไม่ดี และฉันก็ไม่อยากเป็นคนไม่ดี ดังนั้นฉันเลยไม่เป็นคนรวย สรุปแล้วคือฉันยอมจน ยอมมีรายได้เท่าๆกับรายจ่ายในแต่ละเดือนก็พอ ว่างั้น

ดังนั้นอยากรวย อย่ารีบตัดสินคนจากภายนอก ให้ดูลึกๆ ในรายละเอียด เพื่อที่เราจะได้พบช่องทางหารายได้เหมือนกันเขาได้

6. มีข้ออ้างมากมายเพื่อที่ตจะไม่ต้องลงมือทำ

คนส่วนใหญ่จะมีลักษณะพิเศษอย่งหนึ่งคือมีข้ออ้างมากมาย ที่พร้อมจะยกขึ้นมาเพื่อเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาไม่ลงมือทำในสิ่งที่จะสร้างรายได้ให้มากขึ้น ข้ออ้างต่างๆ ตัวอย่างเช่น

  • ฉันไม่มีเงินทุน
  • ฉันไม่มีเวลา
  • ฉันไม่มีความสามารถมากพอ
  • มันยากเกินไปที่ฉันจะทำได้
  • มันไกลจากที่พักของฉัน
  • มันต้องลำบากแน่ ๆ
  • ฉันไม่สะดวกใจที่จะทำ
  • ฉันมีลูกแล้ว คงทำอะไรไม่ค่อยสะดวก

ซึ่งตรงกันข้ามกับคนรวยที่เขาจะไม่มีข้ออย่างใดในการที่จะไม่ทำ เช่นคนรวยที่มีลูก เขาจะไม่อ้างว่าไม่สะดวกเพราะมีลูก แต่จะให้เหตุผลว่า “เพราะฉันมีลูก ฉันถึงต้องทำงานเพื่อให้ลูกที่ฉันรักได้รับแต่สิ่งดีๆ”

7. ต้องทำให้คนอื่นมีความสุขก่อน

คนจนหลายๆคน ที่ไม่กล้าเอาเวลาว่างของตนเองไปหารายได้เพิ่มเติม เพียงเพราะแคร์คนรอบข้าง กลัวว่าเขาจะไม่มีคนดูแล เอาใจใส่ โดยลืมไปว่าสภาพของตัวเองปัจจุบันย่ำแย่ขนาดไหน

คนที่ร่ำรวยเขาสามารถแยกแยะสิ่งที่ตัวเองต้องทำเพื่อให้ตัวเองมีความสุข กับเพื่อให้คนอื่นมาความสุขออกจากกัน เพราะสุดท้ายแล้ว หากเราไม่มีความสุข มันก็ยากที่เราจะทำให้คนอื่นมีความสุขแบบยั่งยืนได้

8. การให้เหตุผลที่จะไม่ลงมือทำ

ข้อนี้จะคล้ายกับข้อ 6. แต่ที่แตกต่างกันก็คือ ในข้อ 8.นี้ จะเป็นการอ้างที่สมเหตุสมผลขึ้นมาหน่อย ไม่ได้อ้างขึ้นลอยๆ แบบข้อ 6. ตัวอย่างการอ้างแบบมีเหตุผลก็ตัวอย่างเช่น

  • ฉันยังเด็กเกินไปคนอื่นเขาคงไม่เชื่อใจในสิ่งที่ฉันจะทำหรอก
  • ฉันแก่ไป ฉันคงไม่สามารถเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ต้องใช้ในงานนี้ได้แน่ๆ
  • ฉันไม่มีประสบการณ์ในเรื่องนี้เลย ฉันคงทำไม่ได้รอก

9. อิจฉาริษยา

คนส่วนมากสามารถหาเหตุผลมาทำให้ตัวเองไม่ต้องลงมือทำอะไรใหม่ โดยอาศัยความอิจฉาริษยานี้มาเป้นเครื่องมือในการทำลายคนที่มีรายได้มากกว่า หรือคนที่รวยกว่า เช่น

อิจฉาคนรวยที่อยู่ดีกินดีกว่า อิจฉาคนรวยมีรถสปอร์ต มีบ้านหลังใหญ่โต แต่สุดท้ายก็ได้แต่บ่นแต่ไม่เคยลงมือทำอะไรให้กับตัวเองเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นเลย

10. ชอบสร้างตัวตนแบบเสแสร้ง

คนส่วนใหญ่นอกจากจะไม่หารายได้ให้มากขึ้นแล้ว กลับยังมีการใช้จ่ายเพื่อให้ตัวเองดูดีในสังคมโดยการเสแสร้งแกล้งทำ ซึ่งเราจะเห็นบ่อยๆ เช่น งานบวชก็กู้หนี้ยืมสินมาจัดงาน มีรถแห่นาคพร้อมเครื่องเสียงดังกระหึ่ม เพียงเพื่อให้ตัวเองได้หน้าว่าได้จัดงานบวชลูกใหญ่โตไม่แพ้คนอื่น

แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับคนรวยที่เขาจะแสดงออกตามความเป็นจริง ไม่เสแสร้ง หรือสร้างภาพเพียงเพื่อให้ตนเองดูดีในสังคม แต่ในกระเป๋ากลับไม่มีตังค์

11. ขี้อายเกินเหตุ

อย่าใช้ข้ออ้างความขี้อาย ความไม่กล้า ความเป็นโลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบพบปะผู้คน ไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้า มาใช้เป็นเหตุผลที่คอยปิดกั้นเส้นทางความสำเร็จของคุณ เพราะคุณอย่าลืมว่ามนุษย์เป็นสัตว์สังคม และหากคุณต้องการร่ำรวยจากสังคมที่คุณอยู่ คุณก็ต้องสร้างคุณค่าให้แก่ผู้อื่น เพราะยิ่งคุณสร้างคุณค่าให้แก่ผู้อื่นได้มากเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งร่ำรวยมากขึ้นเท่านั้น เพราะคนอื่น ๆ ยินดีที่จะใช้เงินเพื่อตอบแทนหรือแลกเปลี่ยนกับคุณค่าที่คุณมีอยู่นั่นเอง

12. กลัวว่าคนอื่นจะมองยังไง

หลายคนไม่กล้าที่จะลงมือทำอะไรใหม่ๆ เพราะกลัวคนอื่นจะมองตัวเองแปลกไป เช่นไม่กล้าไลฟ์สดเพื่อกลัวคนอื่นจะมองว่าเราตกต่ำถึงขนาดต้องมาไลฟ์สดแนะนำสินค้าหรือบริการต่างๆ ทั้งๆ ที่คุณเองก็รู้อยู่เต็มใจว่าสิ่งที่คุณทำคือสิ่งที่ดี สิ่งที่ถูกต้อง ไม่ได้ไปทำให้ใครเดือดร้อนหรือทำในสิ่งที่กฎหมายห้าม

ดังนั้นคุณต้องไม่ให้ความคิดเห็นของคนอื่นหยุดคุณไม่ให้ทำในสิ่งที่ใช่สำหรับคุณอีกต่อไป

13. งานปัจจุบันฉันทำได้ดีกว่าใคร

คุณอาจคิดว่าคุณเจ๋งในสิ่งที่คุณทำอยู่ และไม่อยากให้คนอื่นมาทำงานชิ้นนี้แทนคุณ เพราะคุณไม่เชื่อใจว่าพวกเขาเหล่านั้นจะทำงานนี้ได้ดีเท่าคุณ แต่รู้หรือไม่ว่า เจ้าของธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงนั้น พวกเขาล้วนแล้วแต่จ้างคนที่เก่งกว่าพวกเขามาทำงานห้แทบทั้งสิ้น จงกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง เพื่อที่คุณจะได้มีเวลาไปสร้างรายได้ให้มากขึ้นกว่าเดิม

เว็บ phongxodiax.com ขอแนะนำความมั่งคั่งทางการเงิน เพื่อทำความรู้จักกับความมั่งคั่งสุทธิคืออะไร และการบริหารความมั่งคั่งคืออะไร บางท่านก็อาจสงสัยว่าความมั่งคั่ง wealth คืออะไร เคล็ดลับของการเพิ่มพูนความมั่งคั่งที่เขาไม่ค่อยบอกกันมีอะไรบ้าง การบริหารความมั่งคั่งคืออะไร มีคนเป็นจำนวนมากที่ต้องการรู้ว่า wealth คือการวางแผนความมั่งคั่งที่ต้องบาลานซ์อะไร ทุกคนปรารถณาสิ่งหนึ่งนั่นคือความมั่งคั่งสูงสุด ทั้งนี้ต้องคำนวณจากอัตราส่วนความมั่งคั่ง ถ้ามแบบกำปั้นทุบดินว่าวัตถุประสงค์ของความมั่งคั่ง คืออะไร คำตอบก็แสนงานถ้ามีความมั่งคั่งการวางแผนชีวิตก็จะง่าย แต่อย่างลืมภาษีความมั่งคั่งคือสิ่งหนึ่งที่คนมั่งคั่งต้องจ่าย ความมั่งคั่งในจิตใจก็มีความสำคัญเพราะบางครั้งเงินทองทรัพย์สินที่หามาได้ก็ไม่สามารถให้คำตอบกับชีวิตได้ สำหรับวิธีสร้างความมั่งคั่ง ง่ายๆเลยความมั่งคั่งอย่างแรกคือสุขภาพ เพราะสามารถสร้างความมั่งคั่งนี้ได้โดยไม่ต้องลงทุนซักบาทเดียว