โรคซึมเศร้า (Depressive disorder)

ความผิดปกติทางจิต (Mental Disorders)
บอกต่อ:

เป็นความผิดปกติทางจิตซึ่งทำให้ผู้ป่วยเกิดอารมณ์ซึมเศร้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ในแทบทุกสถานการณ์ มักเกิดร่วมกับการขาดความภูมิใจแห่งตน การเสียความสนใจในกิจกรรมที่ปกติทำให้เพลิดเพลินใจ อาการไร้เรี่ยวแรง และอาการปวดซึ่งไม่มีสาเหตุชัดเจน

ผู้ป่วยอาจมีอาการหลงผิดหรือมีอาการประสาทหลอน ผู้ป่วยบางรายมีช่วงเวลาที่มีอารมณ์ซึมเศร้าห่างกันเป็นปี ๆ ส่วนบางรายอาจมีอาการตลอดเวลา โรคซึมเศร้าสามารถส่งผลกระทบในแง่ลบให้แก่ผู้ป่วยในหลาย ๆ เรื่อง เช่น ชีวิตส่วนตัว ชีวิตในที่ทำงานหรือโรงเรียน ตลอดจนการหลับ อุปนิสัยการกิน และสุขภาพโดยทั่วไป

ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าประมาณ 2–7% เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตาย และประมาณ 60% ของผู้ฆ่าตัวตายกลุ่มนี้มีโรคซึมเศร้าร่วมกับความผิดปกติทางอารมณ์ชนิดอื่น

ภาวะซึมเศร้า (Depression)
– อาการเศร้าที่มากเกินควร และนานเกินไป
– ไม่ดีขึ้นแม้ได้รับกำลังใจหรืออธิบายด้วยเหตุผล
– มักมีความรู้สึกด้อยค่า รู้สึกผิด อยากตาย
– พบบ่อยว่ามีผลกระทบต่อหน้าที่การงาน กิจวัตรประจาวันและการสังคมทั่วไป (Stifanis 2002)

โรคซึมเศร้า (Depressive disorder) แบ่งได้  3 ประเภท ดังนี้

1. โรคซึมเศร้าแบบเมเจอร์ ดีเพรสชั่น (Major Depression)

ผู้ที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าชนิดนี้ จะมีความผิดปกติที่มีอารมณ์ซึมเศร้านานกว่า 2 สัปดาห์ ผู้ที่ป่วยจะมีอาการเศร้าสลดอย่างมาก จนไม่มีความสนใจในกิจกรรมต่างๆ ที่จะช่วยทำให้กลับมามีความสุขสดชื่นเหมือนเดิม ดังนั้นหากสังเกตเห็นอาการดังกล่าว

ควรเริ่มรักษาแต่เนิ่นๆ จะช่วยไม่ให้โรคซึมเศร้าแบบนี้มีความรุนแรงขึ้น อีกทั้งยังลดความเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายอีกด้วย

2. โรคซึมเศร้าแบบดิสทีเมีย (Dysthymia Depression)

ผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้าชนิดนี้จะมีอาการรุนแรงน้อยกว่าชนิดแรก แต่เป็นอย่างต่อเนื่องนานกว่า นั่นคือ จะมีอาการอย่างน้อย 2 ปี แต่มักจะนานกว่า 5 ปี อาการไม่รุนแรงถึงขนาดทำอะไรไม่ได้ เนื่องจากผู้ที่ป่วยจะมีอารมณ์ผิดปกติสลับไปด้วย

3. โรคซึมเศร้าแบบไบโพลาร์ ดิสออร์เดอร์ (Bipolar disorder)

ผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้า ชนิดนี้บางรายจะมีอารมณ์เซ็ง ซึมเศร้าสลับกับอาการลิงโลด ตื่นเต้น โดยเป็นอารมณ์ที่ต่างกัน หรือ ต่างขั้วกัน โดยซึมเศร้าชนิดนี้จะมีผลต่อการตัดสินใจและมักก่อให้เกิดปัญหา เช่น การใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย หรือตัดสินใจผิดๆ และอาจมีความคิดฆ่าตัวตายในช่วงที่มีอาการซึมเศร้าได้

สาเหตุโรคซึมเศร้า
กรรมพันธุ์

พบว่ากรรมพันธุ์มีส่วนเกี่ยวข้องสูง

สารเคมีในสมอง พบว่าระบบสารเคมีในสมองของผู้ป่วยโรคซึมเศร้ามีการเปลี่ยนแปลงไปจากปกติอย่างชัดเจน
ลักษณะนิสัย บางคนมีแนวคิดที่ทาให้ตนเองซึมเศร้า เช่น

มองตนเองในแง่ลบ มองอดีตเห็นแต่ความบกพร่องของตนเอง

หรือ มองโลกในแง่ร้าย เป็นต้น บุคคลเหล่านี้เมื่อเผชิญกับสถานการณ์ที่กดดัน ก็มีแนวโน้มที่จะเกิดอาการซึมเศร้าได้ง่าย

การรักษา
1. การรักษาด้วยยา

การรักษาด้วยยาแก้เศร้า โดยเฉพาะในรายที่อาการมาก ส่วนในรายที่มีอาการไม่มาก แพทย์อาจรักษาด้วยการช่วยเหลือชี้แนะการมองปัญหาต่างๆ ในมุมมองใหม่ แนวทางในการปรับตัว หรือการหาสิ่งที่ช่วยทำให้จิตใจผ่อนคลายความทุกข์ใจลง ร่วมกับการให้ยาแก้เศร้าหรือยาคลายกังวลเสริมในช่วงที่เห็นว่าจำเป็น

2. การรักษาด้วยไฟฟ้า
3. การให้การช่วยเหลือทางด้านจิตใจ

จะช่วยเหลือคนป่วยโรคซึมเศร้าอย่างไร
1. ให้เวลารับฟังเขา เปิดโอกาสให้เขาพูด

ไม่ต้องกังวลว่าคนป่วยจะพูดอะไร หน้าที่ตอนนี้คือรับฟังให้มาก

2. ท่าทีของเราเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะทำให้เขาพูดหรือไม่พูด
3. ฟังด้วยความพยายามที่จะเข้าใจความทุกข์ใจ และปัญหาในมุมมองของเขา
4. ไม่รีบให้คำแนะนำ หรือบอกว่าอย่าคิดอย่างนี้ หรือหาเหตุผลมาหักล้างความคิดของเขา

ยิ่งทำเขายิ่งไม่อยากเล่า

5. ดูว่าเขามีความคิดเรื่องการฆ่าตัวตายไหม อย่ากลัวที่จะถาม ถามความถี่บ่อย วิธี ความคิดครั้งสุดท้าย
6. อยู่ใกล้เขา ให้เขารับรู้ว่าเราพร้อมที่จะช่วยเขาตลอดในช่วงนี้
7. เก็บของมีคมหรือของที่เห็นว่าเขาอาจใช้ทำร้ายตัวเอง
8. ถ้าไม่ได้อยู่กับเขา บอกเขาว่าเราจะหมั่นโทรมาเช็ค ถ้าเขารู้สึกไม่สบายใจให้รีบโทรมาหาเราทันที
9. ถ้าไม่รู้จะปรึกษาใครให้ปรึกษาหน่วยบริการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์
10. ข้อควรจำ “ทำมากดีกว่าทำน้อย”

คำแนะนาสำหรับผู้ป่วย
– ผู้ที่ป่วยเป็นโรคนี้มักรู้สึกว่าตนเองไม่มีค่า ไม่มีใครสนใจ รู้สึกสิ้นหวัง ไม่อยากจะสู้ปัญหาอะไรๆ โดยให้ความมั่นใจว่าความรู้สึกเช่นนี้ไม่ได้เป็นอยู่ตลอดไป โรคนี้รักษาให้หายขาดได้
– การออกกาลังกายนอกจากจะช่วยทางร่างกายแล้ว จิตใจก็ยังจะดีขึ้นด้วย
– อย่าตั้งเป้าหมายในการทำงานและการปฏิบัติตัวที่ยากเกินไป
– เลือกกิจกรรมที่ทาให้เกิดความรู้สึกที่ดี มักจะเป็นสิ่งที่เราเคยชอบ
– อย่าตัดสินใจเรื่องที่สำคัญต่อชีวิต

คำแนะนำสำหรับญาติผู้ป่วย
1. โรคนี้ไม่ได้อาการดีขึ้นทันทีที่กินยา การรักษาต้องใช้เวลาบ้าง ส่วนใหญ่จะเป็นสัปดาห์ อาการจึงจะดีขึ้นอย่างเห็นชัด จึงไม่ควรคาดหวังจากผู้ป่วยมากเกินไป
2. การรักษาด้วยยามีความสำคัญ ควรช่วยดูแลเรื่องการกินยา โดยเฉพาะในช่วงแรกที่ผู้ป่วยยังซึมเศร้ามาก หรืออาจมีความคิดอยากตาย
3. มีความเข้าใจผู้ที่เป็นโรคซึมเศร้า มองว่าเขากำลังไม่สบาย มีความคาดหวังในตัวเขาลดลง เขาไม่ได้แกล้งทำ ไม่มีใครอยากป่วย
4. บางครั้งผู้ป่วยดูเงียบ ไม่อยากพูดกับใคร ก็อาจต้องตามใจเขาบ้าง แต่หากสังเกตว่าช่วงไหนเขาพอมีอารมณ์แจ่มใสขึ้นมาบ้างก็ควรชวนเขาพูดคุย
5. มีรู้สึกอยากตาย แม้ว่าบางคนจะไม่บอกใคร

แต่ส่วนใหญ่ก็มักจะบอกคนใกล้ชิดเป็นนัยๆ ญาติควรใส่ใจคนป่วยให้มาก

6. ให้ผู้ป่วยได้พูดระบายความคับข้องใจออกมา

แหล่งข้อมูลอ้างอิง
– อาการผิดปกติทางจิตเวช : พญ.นฤมล จินตพัฒนากิจ โรงพยาบาลศรีธัญญา
– bangkokhospital.com
– wikipedia.org

เว็บ phongxodiax.com ขอแนะนำ กลุ่มโรคทางจิตเวช โรคทางจิตเวชpdf ความผิดปกติทางพฤติกรรม 17 อาการป่วยทางจิต อาการทางจิตประสาท ป่วยทางจิต เรียกร้องความสนใจ การจำแนกโรคทางจิตเวช โรคทางจิตเวชppt อาการทางจิตของวัยรุ่น แม่มีอาการทางจิต โรคซึมเศร้า ป่วยทางจิตเรียกร้องความสนใจ โรคจิตเภท ยารักษาโรคจิตเภท โรคซึมเศร้าทดสอบ โรคซึมเศร้ารักษา โรคซึมเศร้าสาเหตุ โรคซึมเศร้าpantip แบบสอบถามโรคซึมเศร้าออนไลน์ โรคซึมเศร้าคือ วิธีรักษาโรคซึมเศร้าด้วยตัวเอง
Phong Xodiax (พงษ์ โซดิแอกซ์)

สวัสดีทุกท่านครับ เว็บ phongxodiax.com ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ แวะมาหาเราทุกวัน รับรองสิ่งดีๆ เรื่องราวดีๆ เราจะเสิร์ฟให้ถึงมือทุกท่านที่เข้าชมเว็บเราอย่างแน่นอน ของคุณครับ พงษ์ โซดิแอกซ์ [email protected]