โลกมายา

ศาสนาปรัชญาประยุกต์ (จำนงค์ ทองประเสริฐ)
บอกต่อ:

เรื่องของโลกเป็นเรื่องที่กินวงกว้าง ยากที่จะศึกษาให้เข้าใจได้อย่างเจนจบ แต่ก็มิใช่ว่าจะเป็นเรื่องที่พ้นวิสัยเสียเลยที่เดียวเพียงแต่ว่าวิสัยนั้นอาจไม่ใช่วิสัยของเรา ๆ ท่าน ๆ เท่านั้นแหละ เพราะมิฉะนั้นแล้วก็คงไม่มีใครที่จะได้รับการขนานพระนามว่า “โลกวิทู” เป็นแน่ การที่พวกเราที่ยังมีกิเลสอยู่ไม่สามารถรู้แจ้งโลกนั้น ก็ไม่เห็นเป็นเรื่องแปลก เพราะสิ่งที่น่าจะแปลกยิ่งกว่านั้นก็คือ การที่เราไม่รู้แจ้งตัวเราต่างหาก ทั้งนี้เพราะว่าสิ่งที่เรารู้นั้นมักจะเป็นสิ่งที่เราได้รับมาทางประสาทตา หู จมูก ลิ้น กาย เป็นส่วนใหญ่ สิ่งที่เรารู้มา ก็รู้มาเพียงบางแง่เท่านั้น หรือแม้บางทีเราไม่รู้เลยแม้แต่แง่เดียว สิ่งที่ตาเราได้เห็น หูเราได้ยิน จมูกเราได้กลิ่น ลิ้นเราได้ลิ้มรสและกายเราได้สัมผัสนั้น บางทีมันก็หลอกเราให้เราเข้าใจผิดได้มากเหมือนกัน และเราก็มักจะเชื่อตามที่ประสาททั้งหลายเหล่านี้มันรายงานให้เราทราบ ความจริงแล้วสิ่งที่เราเห็น อาจจะไม่มี และสิ่งที่มี เราอาจมองไม่เห็นก็ได้ แม้ในประสาทด้านอื่น ๆ ก็ทำนองเดียวกัน อย่างเช่นดวงดาวในท้องฟ้ามันย่อมมีอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน ไม่ใช่จะมีเฉพาะในตอนกลางคืนเท่านั้นการที่เรามองไม่เห็นดวงดาวในตอนกลางวันก็หาได้หมายความว่า “ดวงดาวไม่มี” ไม่ และการที่เรามองเห็นดวงดาวในเวลากลางคืนก็หาได้เป็นการรับประกันว่า “ดวงดาว” ไม่มีอยู่ ทั้งนี้เพราะว่าในเวลากลางวัน แสงของดวงอาทิตย์มันแรงกล้าเหนือแสงของดวงดาวจึงข่มรัศมีของดวงดาวเสียหมด เราจึงมองไม่เห็นทั้ง ๆ ที่ความจริงในเวลากลางวันดวงดาวก็ยังคงมีอยู่ และในตอนกลางคืนที่เรามองเห็นดวงดาวเต็มท้องฟ้าไปหมดนั้น ก็มิได้หมายความว่าดวงดาวเหล่านั้นมีอยู่จริง บางดวงอาจดับไปแล้วก็ได้ แต่เพราะดาวบางดวงอยู่ไกลโลกขนาดนับเป็นล้าน ๆ ปีแสงก็มี กว่าแสงของดวงดาวนั้นจะมาถึงโลกมันอาจดับไปแล้ว แต่เราก็เพิ่งเห็น ดังนั้นดวงดาวที่เราเห็นจึงอาจไม่มีอยู่ก็ได้ หรืออย่างเราเอาน้ำมา ๓ อ่าง เป็นอ่างน้ำร้อนอ่างหนึ่งอ่างน้ำอุ่นอ่างหนึ่ง และอ่างน้ำเย็นอีกอ่างหนึ่ง แล้วเอามือข้างหนึ่งจุ่มลงไปในอ่างน้ำร้อน และอีกข้างหนึ่งจุ่มลงไปในอ่างน้ำเย็นพร้อม ๆ กัน เราจะรู้สึกว่ามือข้างหนึ่งร้อน มืออีกข้างหนึ่งเย็น แต่เมื่อเรายกมือทั้งสองข้างขึ้น แล้วเอามาจุ่มลงในอ่างน้ำอุ่นพร้อม ๆ กัน เราจะรู้สึกว่ามือข้างที่จุ่มน้ำร้อนมาก่อนแล้วเมื่อมาจุ่มน้ำอุ่นจะรู้สึกเย็นส่วนมือที่จุ่มน้ำเย็นมาก่อนแล้วเมื่อมาจุ่มน้ำอุ่นจะรู้สึกร้อน การที่ประสาทกายรายงานสัมผัสทางมือว่าน้ำในอ่างน้ำอุ่นนั้นเย็นบ้างร้อนบ้าง ก็มิได้หมายความว่าน้ำในอ่างนั้นครึ่งหนึ่งเย็น ครึ่งหนึ่งร้อน แต่เพราะความรู้สึกของเราต่างหากที่รายงานผิด ๆ ให้เราทราบ

พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ว่า โลกเราเป็นมายา โลกเราเป็นดุจพยับแดด ถ้าเราไม่พยายามศึกษาโลกให้เข้าใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโลกคือตัวเราแล้ว เราก็จะติดอยู่ในโลกอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ถ้าหากเราไม่ต้องการเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏสงสารเพื่อรับทุกข์แล้ว เราก็ต้องพยายามหาทางออกให้พ้นจากวัฏสงสารนั้น นั่นก็โดยวิธีการศึกษาวิถีทางของพระพุทธเจ้า นั่นคือ เราจะต้องศึกษาโลกคือตัวเราเองเสียก่อน ไม่ใช่ไปศึกษาโลกภายนอกตัวเราซึ่งจะไม่รู้จักจบลงได้ง่าย ๆ การศึกษาตัวเองก็คือ การที่จะต้องลืมตัวเอง การลืมตัวเองก็คือ การทำโลกเชิงวัตถุวิสัยไม่ให้มีอยู่ในตัวเรา ก็คือการยอมปลีกตัวออกจากกายและใจของ “เราเอง” และจากกายและใจของ “ผู้อื่น” โดยวิธีนี้ก็จะทำให้บรรลุถึงซึ่งการรู้แจ้ง การรู้แจ้งที่ได้บรรลุถึงเช่นนั้น จึงอาจดูเสมือนว่ามาถึงที่สุดแล้ว แม้จะปราฏว่าได้หยุดแล้วแต่ก็ควรทำให้การตรัสรู้ชั่วขณะนี้ยืนยาวต่อไป และต่อไปเรื่อย ๆ

ที่ได้กล่าวไว้ว่าโลกเราเป็นมายานั้น ความจริงไม่ใช่เฉพาะโลกเราเท่านั้น แม้โลกอื่นก็เป็นมายาเช่นกัน และเจ้าตัว “จิต” นี้แหละที่มันชอบหลอกเราอยู่เสมอ อย่างในเวลาที่เรานั่งเรือแล่นไปในแม่น้ำและถ้าเรามองดูไปรอบ ๆ ตัว จะรู้สึกเสมือนว่าฝั่งกำลังเคลื่อนตัว ถ้าเรือแล่นเร็วก็ดูเหมือนฝั่งมันเคลื่อนตัวเร็ว แต่ถ้าหากเราเพ่งสายตาดูที่ขอบเรือ เราก็จะเห็นว่าเรือกำลังเคลื่อนที่ ส่วนฝั่งอยู่เฉย ๆ นี่ก็เป็นเช่นเดียวกับเมื่อเวลาเราพยายามที่จะรู้โลกเชิงวัตถุวิสัย ขณะที่ร่างกายของเราตกอยู่ในสถานะที่สับสน เราก็ชื่อว่าตกอยู่ภายใต้อำนาจของความเข้าใจผิดที่ว่าจิตของเราเอง ธรรมชาติของเราเองเป็นสิ่งที่แท้จริงและยืนยง ส่วนโลกภายนอกเป็นอนิจจัง แต่ถ้าหากเรานั่งตัวตรงและมองดูตัวเอง ก็จะเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่าตัวเรากำลังเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกขณะ ส่วนโลกเชิงวัตถุวิสัยมีความแท้จริงต่างไปจากตัวเรา ซึ่งความจริงเรื่องนี้ก็คล้าย ๆ ที่จวงจื๊อนักปราชญ์ของจีนเคยเขียนเล่าไว้ว่าวันหนึ่ง (ความจริงคืนหนึ่ง) ท่านฝันไปว่า ท่านได้เป็นแมลงผีเสื้อบินฉวัดเฉวียนไปมาตามสุมทุมพุ่มไม้อย่างร่าเริง แต่เมื่อท่านตื่นขึ้นมา ท่านจึงรู้สึกตัวว่าท่านฝันไปว่าท่านเป็นผีเสื้อ ก็เลยทำให้ท่านสงสัยว่าตอนที่ท่านเป็นผีเสื้อ ท่านอาจฝันว่าท่านเป็นจวงจื๊อก็ได้ เลยไม่ทราบว่าผีเสื้อหรือจวงจื๊อแน่ที่เป็นความฝัน หรือต่างก็เป็นความฝันของกันและกัน เพราะในเวลาเราฝัน เราจะรู้สึกว่าความฝันนั้นเป็นความจริง บางทีถึงกับหัวเราะหรือร้องไห้ออกมาก็มีนี่แหละท่านจึงว่าโลกนี้เป็นมายา เราจึงไม่ควรติดอยู่ในโลก ควรหาทางเพื่อความรู้แจ้งโลก ทั้งนี้ก็เพื่อจะได้หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดในโลกเสียที

แต่การที่เราบรรลุถึงซึ่งความตรัสรู้ก็นับว่าเป็นอะไรบางอย่างที่คล้าย ๆ กับเงาของดวงจันทร์ที่สะท้อนอยู่ในน้ำนั่นเอง ดวงจันทร์มิได้เปียก และน้ำก็มิได้แยกออกไปต่างหาก แม้ว่าแสงจันทร์จะมีปริมณฑลกว้างใหญ่ไพศาลและมากมาย แต่มันก็มีที่อยู่ในน้ำเพียงกว้างนิ้วหรือยาวฟุตหนึ่งเท่านั้นเอง ในน้ำค้างหยดเดียว ในน้ำหยดเดียวก็มีที่พอที่ดวงจันทร์ทั้งดวงและท้องฟ้าทั้งหมดจะอยู่ได้ และดวงจันทร์ก็มิได้แยกออกจากน้ำฉันใด การตรัสรู้ก็มิได้แยกออกไปจากคนฉันนั้น หยาดน้ำค้างหรือหยดน้ำย่อมไม่ต่อต้านดวงจันทร์ในสรวงสวรรค์ชั้นใด มนุษย์ก็ย่อมไม่เป็นอุปสรรคต่อการที่จะตรัสรู้อย่างเต็มที่ฉันนั้น ความสูงย่อมเป็นมาตรการวัดความลึกด้วยเสมอไป นั่นคือวัตถุยิ่งสูงมากเท่าใด ภาพที่มันสะท้อนในน้ำก็จะดูเหมือนยิ่งลึกมากเท่านั้น

เมื่อร่างกายของเรามิได้เต็มเปี่ยมไปด้วยการตรัสรู้ เราก็อาจรู้สึกว่าเรารู้แจ้งพอแล้ว แต่เมื่อความรู้แจ้งเต็มเปี่ยมทั้งร่างกายและจิตใจของเราหมดแล้ว เราก็อาจเข้าใจว่ามีอะไรบางอย่างที่ยังพร่องอยู่ซึ่งก็คล้าย ๆ กับเวลาที่แล่นเรือออกไปในท้องทะเลที่กว้างใหญ่ไพศาลถ้าเรามองไปให้ทั่วทิศแล้ว ท้องทะเลกว้างนั้นจะดูกลมไปโดยรอบและก็ไม่มีอะไรยิ่งไปกว่านั้น แต่ทะเลมิเพียงกลมหรือสี่เหลี่ยมเท่านั้นคุณความดีของทะเลยังมิรู้จักหมดสิ้นอีกด้วย เท่าที่สายตาเรามองเห็นนั้น ปรากฏว่าทะเลกลมโดยรอบซึ่งก็อย่างเดียวกับโลกที่แท้นั่นเอง ภายในและภายนอกโลกมีลักษณะต่าง ๆ อยู่มากมาย แต่เราก็สามารถเห็นได้เท่าที่สายตาของเราจะอำนวยให้เท่านั้น ในทันทีที่เราทราบลักษณะที่ถูกต้องของโลกที่แท้จริง เราก็จะเห็นว่าโลกเป็นอะไรที่ยิ่งกว่ากลมเสียอีก คุณความดีของโลกไม่มีขอบเขตจำกัด ดุจความกว้างใหญ่ของทะเลมหาสมุทรและความใหญ่โตมโหฬารของภูเขาฉะนั้น ทั้งสี่ด้านของเรานี้มีโลกอยู่มากมาย และไม่เพียงรอบข้างเราเท่านั้น แม้ภายใต้ตัวเราลงไปก็ยังมีโลก และแม้ในหยาดน้ำค้างหยาดเล็ก ๆ ก็ยังมีโลกอยู่ด้วย แต่ทว่ามันเป็นโลกมายา.

 

 

 

 

๒๒ มิถุนายน ๒๕๑๔

บอกต่อ:
Phong Xodiax (พงษ์ โซดิแอกซ์)

สวัสดีทุกท่านครับ เว็บ phongxodiax.com ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ แวะมาหาเราทุกวัน รับรองสิ่งดีๆ เรื่องราวดีๆ เราจะเสิร์ฟให้ถึงมือทุกท่านที่เข้าชมเว็บเราอย่างแน่นอน ของคุณครับ พงษ์ โซดิแอกซ์ webmaster@phongxodiax.com