ผู้นำ กับ การพัฒนาประเทศ

ศาสนาปรัชญาประยุกต์ (จำนงค์ ทองประเสริฐ)
บอกต่อ:

สมัยนี้เป็นสมัยที่ประเทศต่าง ๆ ในโลกกำลังขะมักเขม้นในอันที่จะพัฒนาบ้านเมืองของตนให้มีความเจริญก้าวหน้าในด้านวัตถุให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะโดยทั่ว ๆ ไปคิดกันว่า อาคารสถานที่นั้นเป็นเครื่องหมายบอกถึงความเป็นอารยะของชนในชาติ ซึ่งความจริงก็มีส่วนถูกอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด เพราะเพียงมีเสื้อผ้าสวย ๆ มีตึกรามโอ่โถงสูงหลาย ๆ สิบชั้น มีถนนหนทางดี ๆ มีรถยนต์คันใหญ่ ๆ นั่งเท่านั้น หาได้เป็นเครื่องหมายบอกว่าคนคนนั้นหรือประเทศนั้นเป็นอารยะจริง ๆ ไม่ เพราะความเป็นอารยชนที่แท้นั้นเขามิได้วัดกันที่เครื่องแต่งกายอย่างเดียว แต่ทว่าวัดกันที่จิตใจด้วยเพียงเราเอาเครื่องแต่งกายชุดสากลไปสวมใส่ให้แก่คนป่า จะทำให้คนป่ากลายเป็นคนเมืองขึ้นมาได้ทันทีทันใดละหรือ? ย่อมเป็นไปไม่ได้ ถ้าจิตใจเขายังไม่เจริญ แม้จะแต่งตัวด้วยชุดใด ๆ ราคาแพงแค่ไหน ก็หาได้ชื่อว่าเป็นอารยชนไม่

อย่างไรก็ดี การพัฒนาประเทศก็นับว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น ในเมื่อโลกมีความเจริญในด้านวิทยาศาสตร์มาก ถ้าเราไม่พัฒนาบ้านเมืองอย่างอารยประเทศอื่น ๆ เขาแล้ว เราจะเป็นอารยประเทศอย่างเขาได้อย่างไร แต่ก็อย่ามัวไปพัฒนาวัตถุเสียจนกระทั่งลืมพัฒนาจิตใจเพราะวัตถุที่พัฒนาแล้วนั้น อาจกลายเป็นสิ่งที่นำภัยยันตรายสู่บ้านเมืองก็ได้ ถ้าหากบุคคลผู้ใช้ยังเป็นอนารยะ – ยังป่าเถื่อนอยู่

การที่จะพัฒนาคนในชาตินั้น จุดที่สำคัญที่สุดก็คือบุคคลที่เป็นชั้นผู้นำของชาติจะต้องพัฒนาตัวเองให้เป็นแบบอย่างที่ดีของประชาชนด้วย เพราะตามปกติประชาชนมักจะถือผู้นำเป็นแบบอย่าง ถ้าผู้นำตั้งอยู่ในธรรม ประชาชนก็มักจะตั้งอยู่ในธรรมด้วยถ้าผู้นำประพฤติออกนอกลู่นอกทาง ประชาชนก็มักเป็นคนคตโกงอันธพาล เกเรไปด้วย พระพุทธเจ้าได้ตรัสไว้ว่า “บัณฑิตควรทำคนให้ตั้งอยู่ในคุณอันสมควรก่อน จึงควรสอนผู้อื่นในภายหลังเมื่อปฏิบัติได้อย่างนี้บัณฑิตก็จะไม่มัวหมอง”

ถ้าหากผู้นำเป็นนักเสียสละ ทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนในชาติโดยไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย ไม่เห็นแก่ตัว ไม่เห็นแก่ลูกเมียยิ่งกว่าประโยชน์สุขของประชาชนในชาติแล้ว ประชาชนย่อมรักย่อมเทิดทูนเขาอยู่ตลอดเวลา เพราะเมื่อประชาชนมีความสุขกายสบายใจ ไม่กังวลอยู่กับท้องว่าพรุ่งนี้จะเอาอะไรกิน ลูกจะเข้าเรียนได้ที่ไหน ฯลฯ อะไรเป็นต้น   เหล่านี้แล้ว การที่จะชักนำให้เขาประพฤติดีปฏิบัติชอบย่อมไม่ลำบากลำบนอะไร ถ้าประชาชนได้ผู้นำที่มีคุณธรรมสูง ทำงานเพื่อประโยชน์สุขของเขาได้จริง ๆ แล้วเขาย่อมพร้อมที่จะเป็นผู้ตามที่ดีเสมอ

 

                                

๑. ทัพพปุปผชาดก, กุกกุรวรรค, อรรถกถาสัตดกนิบาต, พระคัมภีร์ชาดก แปลฉบับ ส.อ.ส. เล่ม ๙, หน้า ๒๓.

 

การที่เกิดมีการปฏิวัติรัฐประหารบ่อย ๆ นั้น จุดที่สำคัญจุดหนึ่งก็เพราะผู้นำไม่เป็นผู้นำที่ดีเอาแต่ทุจริต คอร์รัปชัน จนประชาชนเดือดร้อน เมื่ออดทนไม่ไหวก็จะระเบิดออกมาในรูปของการปฏิวัติ รัฐประหารเสมอ แต่ถ้าหากทำไม่สำเร็จ ก็กลายเป็นขบถ หรือผู้ก่อการจลาจลไป

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้แล้ว ข้าพเจ้าก็อดนึกถึงชาดกเรื่องหนึ่งไม่ได้เมื่อพูดถึงชาดก บางคนอาจคิดว่าเป็นเรื่องเหลวไหล แต่ข้าพเจ้ามิได้มองในแง่ที่ว่าชาดกนั้น เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ข้าพเจ้าอ่านชาดกเพื่อหาสาระของชาดก ที่จะเป็นประโยชน์ต่อชีวิตมากกว่า ในชาดกนั้นได้แฝงคติธรรมและปรัชญาไว้มาก มีตั้งแต่ธรรมะง่าย ๆ สำหรับชาวบ้าน จนกระทั่งปรัชญาการเมือง แต่ถ้าหากใครอ่านแล้วหาความสำคัญของชาดกไม่พบ นั่นก็เป็นเรื่องที่น่าสงสารอย่างยิ่ง!

เรื่องก็มีอยู่ว่า สมัยหนึ่งพระโพธิสัตว์ได้ทรงอุบัติในกำเนิดวานร เมื่อเติบใหญ่ขึ้นมาก็มีกำลังวังชามาก โดดขึ้นโดดลงได้รวดเร็ว มีฝูงวานรเป็นบริวารนับหมื่น อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ ในป่าหิมพานต์นั้น มีมะม่วงต้นหนึ่งขึ้นอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคงคา สมบูรณ์ด้วยกิ่งและค่าคบ มีใบหนาแน่น มีร่มเงาเย็นสบาย ผลของมะม่วงต้นนั้นมีรสหวานเป็นพิเศษ ไม่มีมะม่วงที่ใดจะมีรสเสมอเหมือนและผลก็ใหญ่มาก ผลที่อยู่ทางกิ่งข้างหนึ่งย่อมหล่นลงบนบก ผลที่กิ่งอีกข้างหนึ่งย่อมหล่นลงในน้ำ ผลที่อยู่ตรงกลางของกิ่งทั้งสองย่อมหล่นลงที่โคนต้น

พระโพธิสัตว์ได้พาฝูงวานรบริวารไปเก็บกินผลไม้ที่ต้นมะม่วงนี้อยู่ได้กล่าวแก่ฝูงวานรทั้งหลายว่า “สักวันหนึ่งภัยคงจะเกิดแก่พวกเราเพราะอาศัยผลของมะม่วงต้นนี้ที่หล่นลงในน้ำเป็นแน่” แล้วจึงบอกให้วานรทั้งหลายกัดและปลิดตั้งแต่ช่อและใบอ่อนทางกิ่งที่ทอดไปทางน้ำไม่ให้เหลือเลย แต่ก็ยังมีมะม่วงผลหนึ่งหลงหูหลงตาอยู่ ทั้งนี้เพราะมีรังมดแดงปกปิดไว้ ต่อมามะม่วงผลนี้ก็สุกงอมแล้วก็หล่นลงไปในแม่น้ำ ลอยไปติดข่ายข้างเหนือน้ำที่พระจ้ากรุงพาราณสี รับสั่งให้นายเกวัฏ (พรานเบ็ด) ขึงไว้ ทั้งนี้เพราะพระองค์กำลังสรงสนานอยู่ทางด้านใต้น้ำ ครั้นพระเจ้าพาราณสีสรงสนานเสร็จแล้วก็เสด็จกลับ

ในตอนเย็นวันนั้น นายเกวัฏได้ยกข่ายขึ้น เห็นผลมะม่วงที่มีรูปร่างใหญ่ผิดปกติ ก็ไม่ทราบว่าเป็นผลอะไร จึงเก็บไปถวายพระเจ้ากรุงพาราณสี พระองค์ทรงถามใครต่อใครว่าเป็นผลอะไร ก็ไม่มีใครทราบ จึงได้ทรงเรียกพรานป่ามาถาม พรานป่าซึ่งเคยท่องเที่ยวอยู่ในป่าหิมพานต์ จึงกราบทูลว่า นั่นเป็นผลมะม่วงสุก

พระเจ้ากรุงพาราณสีจึงทรงผ่านมะม่วงนั้นแจกแก่นางสนมกำนัล และเสนาอำมาตย์ราชบริพารทั้งหลาย และพระองค์เองก็เสวยด้วย รสของมะม่วงนั้นได้แผ่ซ่านไปทั่วพระสรีระของพระองค์ทำให้ทรงติดในรสของมะม่วงนั้น จึงรับสั่งให้ผูกเรือขนานหลายลำเสด็จทางชลมารคโดยมีนายพรานป่าเป็นผู้นำเสด็จ เมื่อเสด็จไปถึงต้นมะม่วงนั้นแล้ว ก็ประทับที่โคนต้นมะม่วงนั้น ได้เสวยผลมะม่วงสุกและพระกระยาหารมีรสเลิศต่าง ๆ  แล้วก็บรรทมหลับไป

ตอนดึกคืนนั้น พระยาวานรก็พาบริวารมากินผลมะม่วงเสียงเจี๊ยวจ๊าวของวานรทั้งหลายทำให้พระเจ้ากรุงพาราณสีตื่นบรรทมเมื่อทอดพระเนตรเห็นฝูงวานรเหล่านี้ จึงทรงปลุกพวกราชบริพารและรับสั่งให้พวกนายขมังธนูล้อมต้นมะม่วงไว้ ไม่ให้วานรตัวใดหนีไปได้ ทรงพระดำริว่า วันรุ่งขึ้นจะเสวยมะม่วงกันเนื้อวานร

วานรทั้งหลายเห็นนายขมังธนูยืนเรียงรายตั้งท่าจะยิงเช่นนั้นก็ตกใจกลัว จึงเข้าไปหาพระโพธิสัตว์ พระโพธิสัตว์ก็ปลอบใจวานรทั้งหลายว่า “เจ้าอย่ากลัวไปเลย เราจะช่วยชีวิตพวกเจ้าทั้งหลาย” เมื่อกล่าวเช่นนั้นแล้ว ก็โดดขึ้นกิ่งไม้ที่สูงตรงแล้วได้ไปสู่กิ่งที่ทอดไปตามทางน้ำ แล้ววิ่งไปจนสุดกิ่ง กระโดดข้ามแม่น้ำนั้นไปตกลงยังพุ่มไม้แห่งหนึ่งที่ฟากข้างโน้น แล้วก็ไปหาเถาวัลย์กะว่ายาวประมาณเท่าระยะทางจากต้นมะม่วงมาถึงพุ่มไม้นั้น เมื่อรูดใบเสียเกลี้ยงเกลาแล้ว ก็เอาเถาวัลย์นั้นผูกกับต้นไม้ข้างหนึ่ง อีกข้างหนึ่งผูกเข้ากับเอวตน แล้วโดดจากพุ่มมนั้นมายังต้นมะม่วงโดยเร็ว แต่ไม่สามารถกระโดดไปถึงต้นมะม่วงได้เพราะเถาวัลย์สั้นไปหน่อยหนึ่ง จึงเอามือทั้งสองจับกิ่งมะม่วงไว้จนแน่น แล้วบอกให้ฝูงวานรเดินไปบนหลังตนแล้วไต่เถาวัลย์ไปยังอีกฝั่งหนึ่ง ฝูงวานรทั้งหลายไหว้พระโพธิสัตว์และขอขมาโทษแล้วก็พากันไต่ไป ตามคำของพระโพธิสัตว์ได้โดยปลอดภัยทุกตัว

แต่มีวานรอันธพาลตัวหนึ่งไม่ชอบหน้าพระโพธิสัตว์ คิดหาทางทำลายพระโพธิสัตว์มานานแล้ว โดยหวังว่าเมื่อพระโพธิสัตว์ตายแล้วคนจะได้เป็นหัวหน้าฝูงวานรเหล่านั้นแทน เมื่อสบโอกาสเช่นนั้นจึงไต่ขึ้นไปสู่กิ่งมะม่วงอันสูง แล้วกระโจนลงมาบนหลังพระโพธิสัตว์นั้น พระโพธิสัตว์มีอาการดังว่าหัวใจจะแตกสลายลงบังเกิดทุกขเวทนาแสนสาหัสอยู่เดียวดายในที่นั้น

พระเจ้ากรุงพาราณสีมิได้บรรทมหลับ ได้ทอดพระเนตรเห็นกิริยาที่พวกวานรและพระโพธิสัตว์ทำเช่นนั้น จึงทรงดำริว่า วานรตัวนี้แม้จะเป็นสัตว์เดรัจฉานก็ยังสู้พยายามทำความสวัสดีให้แก่บริษัท โดยมิได้คำนึงถึงชีวิตตนเลย ทรงพอพระทัยในพระโพธิสัตว์มาก ทรงพระดำริว่าเราไม่ควรทำร้ายพระยาวานรนี้ พอรุ่งขึ้นก็ทรงรับสั่งให้ค่อย ๆ นำพระยาวานรนั้นลงมาแล้วทรงปฏิบัติต่อพระยาวานรเป็นอย่างดี เมื่อเห็นว่าพระยาวานรค่อยสบายขึ้นแล้ว จึงทรงรับสั่งถามว่า :

“ข้าแด่พระยาวานรผู้เจริญ ท่านได้ทำตนให้เป็นสะพานแล้วให้วานรบริวารได้ข้ามไปโดยสวัสดี ท่านได้เป็นอะไรกับวานรเหล่านั้นหรือ หรือวานรเหล่านั้นเป็นอะไรกับท่าน”

พระโพธิสัตว์จึงได้ทูลให้ทรงทราบว่า :

“ข้าแต่พระองค์ผู้พิชิตศึก ข้าพระองค์เป็นเจ้านายปกครองฝูงวานรแปดหมื่น เมื่อวานรเหล่านั้นถูกความโศกครอบงำ กลัวพระองค์ ข้าพระองค์จึงได้เอาปลายเถาวัลย์ข้างหนึ่งผูกเข้ากับต้นไม้และเอาปลายอีกข้างหนึ่งผูกเข้ากับบั้นเอวจนแน่น แล้วกระโดดจากต้นไม้นั้นมายังต้นมะม่วง ซึ่งมีระยะจากฝั่งโน้นมาฝั่งนี้ร้อยชั่วลูกธนู แต่ข้าพระองค์โดดไปไม่ถึงเพราะเถาวัลย์สั้นไป จึงเอามือทั้งสองจับต้นมะม่วงนั้นไว้ กายของข้าพระองค์ถูกกิ่งไม้และเถาวัลย์ยึดอยู่ เหมือนสายพิณหรือเชือกชักของช่างกลึงที่เขาขึงไว้ฉะนั้นส่วนวานรบริวาร ได้เหยียบข้าพระองค์แล้วไต่ไปจนปลอดภัย ข้าพระองค์ถึงจะถูกจองจำถูกประหารก็ไม่เดือดร้อน เพราะวานรเหล่านั้นได้ยกย่องข้าพระองค์ให้เป็นนายฝูง ด้วยหวังว่าข้าพระองค์จักนำความสุขมาให้เขา ข้าแต่พระองค์ผู้พิชิตศึก ข้าพระองค์จะอุปมาถวาย ขอพระองค์ทรงคอยสดับ ขึ้นชื่อว่าพระราชามหากษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชาสามารถ ควรแสวงหาความสุขให้แก่ประชาราษฎร์ สัตว์พาหนะ และนักรบ ตลอดจนชาวนิคมชนบทให้อยู่เย็นเป็นสุขโดยทั่วหน้ากันเถิด”

ไม่ว่าชาดกนี้จะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ก็ตาม ข้อนั้นไม่สำคัญอะไรเลย ทั้งนี้ เพราะว่าเราต้องการแก่นของเรื่อง เราไม่ต้องการเปลือก ไม่ต้องการสะเก็ด เราก็ต้องเลือกเอาสิ่งที่เราต้องการต้นไม้จะมีแต่แก่นโดยไม่มีสะเก็ด ไม่มีเปลือก ไม่มีกระพี้นั้น ย่อมเป็นไปไม่ได้ฉันใด พระศาสนาก็เช่นเดียวกัน จะมีแต่แก่นโดยไม่มีเปลือก ไม่มีกระพี้เลยก็ไม่ได้ฉันนั้น ทั้งนี้เพราะปัญญาของคนไม่เท่าเทียมกัน คำสอนก็จะต้องมีรสแปลก ๆ ให้หมาะกับปัญญาของคนด้วย หากเราต้องการรับประทานมังคุด เราจำเป็นต้องเอาเปลือกออกเสียก่อนฉันใด การศึกษาศาสนาก็เช่นนั้น ถ้าเราต้องการแก่นของศาสนา เราก็ควรเราะเอาสะเก็ด เปลือก และกระพี้ออกเสียก่อนฉันนั้น ในชาดกเรื่องนี้ก็เช่นกัน เราไม่น่าจะต้องมาถามอย่างเด็ก ๆ ว่าลิงพูดได้หรือ หรืออะไรทำนองนี้ แต่ข้อสำคัญก็คือเราได้สารัดถะสำคัญอะไรจากชาดกเรื่องนี้บ้าง

อย่างน้อยที่สุดชาดกเรื่องนี้ได้ให้ข้อคิดเกี่ยวกับลักษณะของผู้นำไว้เป็นอย่างดี ทั้งยังสาธิตให้เห็นเรื่องราวอย่างเด่นชัดอีกด้วยว่าลักษณะของผู้นำที่ดีจะต้องเป็นอย่างไร ประชาชนเขาเลือกมาเป็นผู้นำ ก็เพราะเขาหวังว่าผู้นั้นจะนำความสุขความเจริญมาสู่เขาเพราะฉะนั้นผู้นำที่ดีควรเป็นนักเสียสละ แม้ตัวจะตายก็ตาม ไม่ควรทำให้ประชาชนต้องผิดหวัง เพราะจะกลายเป็นหลอกลวงประชาชนไปฉะนั้นเมื่อใครก็ตามได้รับเลือกให้เป็นผู้นำของประชาชนแล้วก็ควรปฏิบัติหน้าที่ให้สุดความสามารถ ต้องพยายามสร้างความสุขความเจริญให้แก่ประชาชน และประเทศชาติโดยทุกวิถีทาง ถ้าหากผู้นำไม่เป็นนักเสียสละเห็นแก่ประโยชน์สุขส่วนตัวจนลืมประชาชนแล้ว ย่อมจะชื่อว่าเป็นผู้นำของประชาชนหาได้ไม่ และถ้าหากพิจารณาชาดกเรื่องนี้ให้ลึกซึ้งแล้วจะรู้สึกว่าเป็นการตบหน้าผู้นำที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อการบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชนฉาดใหญ่ทีเดียว ทั้งนี้เพราะพระยาวานรซึ่งเป็นสัตว์เดรัจฉานแท้ ๆ เมื่อได้รับมอบหมายจากลิงบริวารทั้งหลายแล้ว ยังปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเป็นผู้นำอย่างสมบูรณ์ ไม่ทำให้ลิงทั้งปวงต้องผิดหวัง แม้ตัวจะตายก็ยอม ขอให้ลิงทั้งหลายมีความสุข มีความปลอดภัยก็แล้วกัน นี่แหละสารัตถะที่เราอาจหาได้ในชาดก

 

 

 

 

 

 

                                     

๒. มหากปิชาดก, คันธารวรรค, สัตตกนิบาต, พระคัมภีร์ชาดก แปลฉบับ ส.อ.ส., เล่ม ๙, หน้า ๗๙ – ๘๔

การที่รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาบ้านเมืองเป็นงานเร่งด่วนนั้น ก็นับว่าเป็นความดำริที่ชอบ ควรแก่การสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง เพราะถือว่าเป็นนโยบายสร้างความสุขให้แก่ประชาชนโดยส่วนรวม ถ้าหากการกระทำนั้นทำด้วยใจบริสุทธิ์ มิได้มีอะไรแอบแฝงอยู่แล้วประชาชนคงจะไม่ผิดหวังในรัฐบาลของเขาเป็นแน่ เรื่องการโกง การกิน การคอร์รัปชันนั้นมีมาตั้งแต่สมัยก่อนพุทธกาลแล้ว การที่จะขจัดให้หมดไปที่เดียวนั้น คงจะเป็นความฝันมากกว่าความจริงอย่างไรก็ดี อย่าให้ถึงกับโกงกินเสียจนประชาชนต้องอดตายก็แล้วกัน ให้ถึงมือประชาชนบ้าง เท่านี้ก็นับว่าน่าพอใจแล้ว

 

 

 

 

 

๓๑ มีนาคม ๒๕๑อ

บอกต่อ:
Phong Xodiax (พงษ์ โซดิแอกซ์)

สวัสดีทุกท่านครับ เว็บ phongxodiax.com ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ แวะมาหาเราทุกวัน รับรองสิ่งดีๆ เรื่องราวดีๆ เราจะเสิร์ฟให้ถึงมือทุกท่านที่เข้าชมเว็บเราอย่างแน่นอน ของคุณครับ พงษ์ โซดิแอกซ์ webmaster@phongxodiax.com