นักปกครอง กับ ปรัชญาเมธี

ศาสนาปรัชญาประยุกต์ (จำนงค์ ทองประเสริฐ)
บอกต่อ:

มนุษย์ในโลกนี้ไม่ว่าจะสังกัดอยู่ในการปกครองระบอบใด ๆ ก็ตาม คือจะเป็นเสรีประชาธิปไตย หรือคอมมิวนิสต์ หรือราชาธิปไตยก็ตามที เมื่อสรุปแล้วก็แบ่งชนออกได้เป็น ๒ พวก คือเป็นพวก ชนชั้นปกครอง พวกหนึ่ง กับ ชนชั้นที่ถูกปกครอง อีกพวกหนึ่ง นับตั้งแต่สมัยดึกดำบรรพ์มาจนถึงปัจจุบันและยังจต่อไปในอนาคตภายภาคหน้าอีก ก็หาพ้นไปจากสองพวกนี้ไม่

แต่ละลัทธิ แต่ละระบอบ ต่างก็โฆษณาตัวเองว่า ลัทธิของฉันระบอบของฉันเท่านั้นดี ลัทธิอื่น ระบอบอื่นไม่ดี เหมือนกันหมดการที่จะตัดสินว่าระบอบใดลัทธิใดดีนั้นเป็นเรื่องลำบากมาก เพราะแต่ละลัทธิแต่ละระบอบต่างก็มีทั้งส่วนดีส่วนเสียด้วยกันทั้งนั้น ทั้งนี้ย่อมขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและกาลเทศะด้วย ไม่ใช่เห็นเขาทำอย่างไรเราก็จะต้องเอาอย่างเขาตะพึดตะพือไป จงถือคติที่ว่า จงตัดเกือกให้เหมาะกับเท้า อย่าตัดเท้าให้เหมาะกับเกือกเลย ทุกลัทธิทุกระบอบต่างก็แฝงไว้ซึ่งความดีด้วยกันทั้งสิ้น แต่แม้ลัทธิหรือระบอบนั้นจะดีเพียงใดก็ตาม ถ้าผู้ใช้ไม่ดีแล้ว ลัทธิหรือระบอบนั้นก็ย่อมไม่อำนวยสุขให้เลย เหมือนกับไฟ ถ้าเราเอามาใช้สำหรับหุงอาหารหรือเพื่อสร้างความอบอุ่นแล้ว ไฟก็นับว่ามีประโยชน์อย่างมหาศาลแต่ถ้าเราเอาไฟไปใช้ในทางเผาบ้านเผาเมือง ไฟก็นับว่ามีโทษอย่างมากมายเช่นกัน การที่ไฟจะเป็นสิ่งที่มีคุณหรือโทษนั้น มิได้ขึ้นอยู่กับตัวไฟเอง แต่ขึ้นอยู่กับผู้ที่ใช้ไฟต่างหาก ลัทธิหรือระบอบใด ๆ ก็ตาม คุณหรือโทษมิได้ขึ้นอยู่กับตัวระบอบหรือลัทธิเลย แต่ขึ้นอยู่กับผู้ใช้ลัทธิหรือระบอบนั้น ๆ ต่างหากว่าจะเอาระบอบหรือลัทธินั้นมาใช้ให้เป็นประโยชน์หรือโทษแก่สังคม ถ้าผู้ใช้เป็นผู้มีคุณธรรมในจิตใจสูง ก็ย่อมนำระบอบหรือลัทธินั้น ๆ ไปใช้ในทางที่จะก่อประโยชน์และอำนวยสุขให้แก่โลก แต่ถ้าผู้ใช้เป็นผู้ปราศจากคุณธรรมประจำใจแล้ว เขาย่อมนำเอาระบอบหรือลัทธินั้น ๆ ไปใช้ในทางที่จะก่อความหายนะให้แก่โลกอย่างแน่แท้

ทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ ย่อมมีความถนัดไปคนละทางสองทาง ไม่มีใครดอกที่จะเก่งไปเสียทุกอย่าง ผู้ที่อวดตัวว่าเก่งเสียทุกอย่างนั้น ถ้าไม่ใช่เทวดาผู้วิเศษ ก็คงเป็นบ้าอย่างแน่นอน คนใดที่คิดว่าคนมีความเฉลียวฉลาดไปเสียทุกแง่ทุกมุมนั้น ยังหาใช่คนฉลาดที่แท้จริงไม่ แต่ผู้ใดที่รู้ตัวว่ายังมีความบกพร่องอยู่ตลอดเวลา ผู้นั้นแม้จะยังไม่เป็นคนฉลาดไม่ได้เป็นนักปราชญ์ราชบัณฑิต แต่คนประเภทนี้แหละที่จะมีโอกาสได้เป็นนักปราชญ์อย่างแน่นอน ผู้ใดได้ศึกษาเล่าเรียนมาในทางใดโดยเฉพาะ ก็ควรจักได้นำความรู้ของตนไปใช้ในทางที่ตนถนัด ในทางที่ตนได้ศึกษาเล่าเรียนมาให้ดีที่สุดเท่าที่จะดีได้ อย่าได้ไปก้าวก่ายวุ่นวายในหน้าที่อื่น ๆ ที่คนไม่มีความชำนาญเลย เพราะการกระทำเช่นนั้น ย่อมก่อให้เกิดความสับสนความไม่เป็นระเบียบขึ้นในวงสังคม และการที่สังคมโดยทั่ว ๆ ไปต้องวุ่นวายสับสนอลเวงกันอยู่ทุกวันนี้ ก็มิใช่เพราะความก้าวก่ายในหน้ที่ของกันและกันหรือ? เมื่อเกิดการก้าวก่ายกันขึ้นเช่นนี้ เราจะหาความเป็นระเบียบเรียบร้อยได้อย่างไร? เมื่อสังคมใดปราศจากระเบียบเสียแล้ว สังคมนั้นย่อมไม่เรียบ ถึงจะเรียบบ้างก็ไม่ถึงร้อย อาจจะเรียบสัก ๑๕ – ๒๐% เท่านั้น เมื่อสังคมนั้น ๆ ไม่เรียบถึงร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว ความเป็นธรรมย่อมเป็นสิ่งที่หาได้ยากยิ่ง เมื่อความเป็นธรรมไม่มีแล้ว ความสงบสุขจะมีได้อย่างไร?

ดังนั้นชนชั้นปกครอง ซึ่งเป็นผู้ที่ต้องรับผิดชอบต่อความเจริญรุ่งเรืองของประเทศชาติ และความสงบสุขของประชาราษฎร์จึงจำต้องเป็นผู้ที่ทรงไว้ซึ่งอำนาจอันสูงสุด และต้องเป็นผู้มีความเฉลียวฉลาดที่สุดของสังคมนั้น ๆ ถ้าชนชั้นปกครองเป็นผู้โง่เขลาเบาปัญญามีแต่อาวุธคอยค้ำจุนบัลลังก์อยู่เพียงอย่างเดียวแล้ว ความเป็นธรรมย่อมจะไม่มีโอกาสเกิดขึ้นในสังคมนั้นเลย เพราะเขาจะต้องพยายามทุกวิถีทางที่จะรักษาบัลลังก์ของตนไว้ตลอดกาล ต้องคอยหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลา ในที่สุดก็จะกลายเป็นทรราช เพราะทรราชนั้นจะต้องใช้อำนาจทุกอย่างที่มีอยู่เพื่อรักษาไว้ซึ่งอำนาจของตัวเสมอในระบบทรราชนี้ ใครจะโงหัวขึ้นมาดีเสมอ หรือแสดงว่ามีความรู้ความเฉลียวฉลาดเกินไปหาได้ไม่ เขาจะต้องถูกปราบถูกกำจัดให้หมดไป เมื่อพวกทรราชต้องหวาดตระแวงอยู่ตลอดเวลาเช่นนี้ เขาจำต้องจ้างสายลับไว้มาก ๆ เพื่อคอยฟังดูว่าใครจะคิดมิดีมิร้ายบ้าง ใครชุมนุมกันมิได้เป็นอันขาด บรรดาทรราชทั้งหลายจะพยายามป้องกันมิให้ราษฎรได้มีความรู้ความสามารถจนเกินไป เพราะเกรงว่าจะเป็นภัย เป็นอันตรายต่อบัลลังก็ของตน ทรราชจะต้องหาวิธีป้องกันมิให้ราษฎรรุ่มรวยขึ้นมา เพราะเกรงว่าราษฎรอาจใช้ความรุ่มรวยนั้นทำลายบัลลังก์ของตนได้ และบรรดาทรราชเหล่านั้นจะพยายามให้อำนาจแก่พวกสตรีมากที่สุด เพื่อใช้สตรีนั่นเองเป็นสายลับและก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาทในระหว่างพวกผู้ชายด้วยกัน ถ้าชาติใดประเทศใดได้ชนชั้นปกครองเป็นทรราชแล้ว ชาตินั้นประเทศนั้นย่อมเต็มไปด้วยความเดือดร้อน จะหาความสงบสุขได้โดยยากอย่างยิ่ง

ถ้าชาติใดประเทศใดได้นักปกครองที่เป็นปรัชญาเมธี หรือนักปกครองผู้ใดมีจิตใจข้องอยู่ในปรัชญา และมีความเฉลียวฉลาดกับมีความเป็นผู้นำทางการเมืองอยู่ในบุคคลเดียวกันแล้ว ชาตินั้นประเทศนั้นย่อมจักพ้นจากความทุกข์ยากโดยประการทั้งปวง เพราะปรัชญาเมธีนั้นย่อมเป็นบุคคลที่ทำอะไรอย่างมีเหตุผล ไม่ลุแก่อำนาจ ยอมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเสมอ และจะพยายามปรับปรุงตัวเองอยู่ตลอดเวลา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับประชาชนด้วย ถ้าประชาชนยังโง่เขลาอยู่ การปกครองย่อมจะดำเนินไปด้วยดียากสักหน่อย ผู้ปกครองจะต้องพยายามหาวิธีที่จะทำให้ประชาชนได้มีการศึกษาดีขึ้น ให้เป็นคนรู้จักใช้เหตุผล ถ้าประชาชนฉลาดขึ้น การปกครองด้วยเหตุผลย่อมดำเนินไปได้โดยสะดวกและง่ายดาย เราจะหวังให้ได้รัฐบาลที่ดีครองบ้านครองเมืองที่ดีไม่ได้จนกว่าจะได้สร้างผู้คนพลเมืองให้ดีเสียก่อน ผู้คนพลเมืองที่ดีนั้นจะต้องรู้จักหน้าที่ของตน ใครมีหน้าที่อย่างใดก็ต้องทำให้ถูกกับหน้าที่ของตน อย่าทำผิดหน้าที่ มิฉะนั้นจะก้าวก่ายกัน พวกที่เป็นทหารมีหน้าที่ป้องกันประเทศ ก็ต้องทำหน้าที่ป้องกันให้เต็มมือไม่ใช่ใช้อาวุธนั้น ๆ ไปในทางค้ำจุนบัลลังก์ของนักการเมือง เป็นตำรวจมีหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ ก็ต้องใช้อาวุธไปในทางที่จะก่อให้เกิดความสงบสุขแก่ปวงชน ไม่ใช่ใช้อาวุธไปในทางขู่เข็ญประชาชนพวกที่เป็นนักศึกษาหาความรู้ในทางวิทยาศาสตร์หรือศาสนปรัชญาก็ต้องทำหน้าที่อบรมสั่งสอนพลเมืองให้มีความเฉลียวฉลาดยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพราะพลเมืองนั้นถ้าถูกนำโดยคนโง่ ซึ่งไม่มีวิชาความรู้แล้วก็ย่อมจะปราศจากระเบียบวินัย และในที่สุดก็จะถึงซึ่งความพินาศพลาโดได้ล่าวว่า ความพินาศย่อมมาสู่เมืองซึ่งนายพาณิชผู้หัวใจพองโตด้วยความกระหายเงินตรา ได้รับสถาปนาให้นั่งแป้นเป็นผู้ปกครอง หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าผู้ปกครองซึ่งเป็นผู้มีอำนาจพยายามใช้อำนาจของตนไปในทางแสวงหาประโยชน์ใส่ตัวและบริวารในทางที่ผิด เช่น ใช้อภิสิทธิ์ในการค้าเป็นต้น เพื่อกอบโกยเงินทองเข้ากระเป๋าแล้วย่อมทำได้ง่าย ประเทศใดชาติใดมีนักปกครองที่พยายามใช้อภิสิทธิ์หาผลประโยชน์ให้แก่ตัว แก่พรรคพวกแล้วประเทศนั้นชาตินั้นย่อมจะประสบแต่ความยุ่งยากเดือดร้อนตลอดเวลา ระบบอภิสิทธิ์นี้นับว่าเป็นภัยต่อการเศรษฐกิจอย่างมหาศาลและความยุ่งยากในทางเศรษฐกิจที่เกิดจากอภิสิทธิ์ชนนี้ ย่อมเป็นสิ่งที่พ้นวิสัยซึ่งเศรษฐกรใด ๆ จะแก้ได้ เพราะมันมีเงื่อนปมสลับซับซ้อนมากเหลือเกินไม่ว่าในการปกครองระบอบใด ๆ ก็ตาม ถ้าชนชั้นปกครองเป็นคนโง่ไม่ยอมรับฟังเหตุผล ดันทุรังแต่จะใช้อำนาจถ่ายเดียวโดยขาดความยับยั้งชั่งใจแล้ว ความเดือดร้อนย่อมเกิดขึ้นเป็นเงาตามตัวบางระบอบดต้องพินาศไป เพราะรัฐบาลมุ่งแต่จะหวงอำนาจไว้จนเกินไป บางระบอบก็หมดไป เพราะรัฐบาลมุ่งแต่จะกอบโกยผลประโยชน์เข้ากระเป๋ามากเกินไป แม้การปกครองระบอบประชาธิปไตยนี้ก็เถิดก็มีหวังคว่ำได้เหมือนกัน ถ้าประชาชนหรือรัฐบาลใช้เสรีภาพกันจนฟุ่มเฟื่อยเกินไป ในระบอบประชาธิปไตยนั้น หลักใหญ่อยู่ที่ว่าทุกคนย่อมมีสิทธิเสมอภาคกัน ในการเข้ารับตำแหน่งบริหารและกำหนดนโยบายของชาติ แต่ถ้าประชาชนได้รับการศึกษาน้อย ก็ย่อมไม่สามารถที่จะคัดเลือกบุคคลที่ดี ๆ และฉลาดเข้าไปแทนตัวได้ใครพูดดี ด่ารัฐบาลเก่ง ๆ ปากตะไกร พูดให้ถูกใจประชาชนประชาชนก็ชอบ และมักจะได้รับเลือกเข้าไปนั่งนสภาแทนประชาชนเสมอ การที่เราจะเลือกผู้ใดเข้าไปแทนตัวในการบริหารประเทศนั้นจำต้องเลือกเอาบุคคลที่ได้ฝึกฝนอบรมในทางการเมืองการปกครองโดยเฉพาะเข้าไป ไม่ใช่เลือกเอาคนที่ไม่รู้เรื่องอะไร นอกจากด่าเก่ง พูดเพราะเท่านั้น ซึ่งไม่เป็นประโยชน์อะไรเลย เมื่อเราเจ็บป่วย ก็ต้องเรียกหาหมอที่ชำนาญในการรักษาโรคนั้น ๆ มารักษาเมื่อเราจะไถนา ก็ต้องใช้ควายใช้วัวฉันใด เมื่อเราจะต้องเลือกผู้แทนตัวเราเข้าไปบริหารประเทศ ก็ต้องเลือกผู้ที่มีความรู้ความสามารถในทางการเมืองการปกครองโดยเฉพาะเข้าไป ไม่ใช่ใครก็ได้ ผู้ที่จะชื่อว่าเป็นพลเมืองดีนั้น จำต้องหมั่นแสวงหาความรู้อยู่เสมอ ถ้าสงสัยต้องหมั่นซักถามผู้รู้ ไม่ใช่ใครว่าอะไรมา เราก็เชื่อไปเสียหมดจะต้องรู้จักนำมาพิจารณาใคร่ครวญให้รอบคอบเสียก่อน ก่อนที่จะตัดสินทำอะไรลงไป มิฉะนั้นเราท่านก็คงจะต้องได้รับความผิดหวังอยู่ตลอดเวลา

ถ้าประชาชนได้รับการศึกษาสูง มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดแล้วย่อมรู้จักเป็นตัวของตัวเอง ใครจะจูงไปได้ไม่ง่ายเลย ย่อมเป็นผู้มีจิตใจมั่นคง มีเหตุผล เป็นของตัวเอง ย่อมไม่คลอนแคลนและหวั่นไหวไปตามลมปากหรืออำนาจของผู้ใด แม้บางคราวอาจจะต้องพ่ายแพ้ในการสงครามก็ตาม แต่นั่นมิได้หมายความว่าจิตใจของเขาจะพ่ายแพ้ไปด้วยเลย อย่างในสมัยที่เอเชียกำลังรุ่งเรืองด้วยศาสนาทั้งพระพุทธศาสนา ศาสนาฮินดู และศาสนาโซโรอัสเตอร์นั้น แม้ว่าพระเจ้าอเล็กชานเดอร์จะยกกองทัพมาตีบ้านเมืองในเอเชียได้อย่างมากมายก็ตาม แต่พพระเจ้าอเล็กชานเดอร์หาได้ตีจิตใจชาวเอเชียแตกไม่ ตรงข้ามพระเจ้าอเล็กซานเดอร์และบริวารกลับถูกชาวเอเชียกลืนจิตใจไปจนหมดสิ้น เราจะเห็นว่าผู้มีอำนาจหรือชนชั้นปกครองนั้น ถึงจะมีอำนาจราชศักดิ์สูงส่งเพียงใด ถ้าเป็นผู้ที่ปราศจากเหตุผล ปราศจากคุณธรรมแล้ว ย่อมหาเอาชนะจิตใจของประชาชนอย่างแท้จริงได้ไม่ แต่ถ้านักปกครองผู้ใดเป็นปรัชญาเมธี รู้จักปกครองหมู่คณะ ประเทศชาติด้วยเหตุผลแล้ว ไม่จำเป็นเลยที่เขาจะต้องใช้กำลังอาวุธเข้าค้ำจุน สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านับได้ว่าเป็นบุคคลคนเดียวเท่านั้นในโลกนี้ที่ได้ชื่อว่าเป็นทั้งศาสดา ปรัชญาเมธี และนักปกครองที่เยี่ยมยอดจริง ๆ พระองค์ทรงสามารถเอาชนะจิตใจชนทุกชั้นวรรณะทุกเพศทุกวัยได้ตลอดมา ขนาดโจรองคุลิมาลซึ่งฆ่าคนมาเสียมากต่อมาก หรือแม้แต่พระเทวทัต ศัตรูที่มุ่งร้ายต่อพระองค์ตลอดเวลา ในที่สุดก็ต้องสยบอยู่แทบพระบาทของพระองค์ พระองค์สามารถเอาชนะจิตใจคนทุกคนแม้กระทั่งศัตรูก็ด้วยอาศัยพระเมตตากรุณานั่นเอง พระองค์ทรงรู้จักใช้ธรรมให้เหมาะสมกับอุปนิสัยของแต่ละคน พระองค์เป็นนักจิตวิทยาที่ยอดเยี่ยม พระองค์ไม่เคยใช้อำนาจใด ๆ เลย แต่พระองค์ก็ทรงสามารถเอาชนะจิตใจของคนทั้งหลายได้ จนตลอดพระชนมชีพของพระองค์และดูเหมือนจะเป็นนักปกครองและปรัชญาเมธีจริง ๆ เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น ที่สามารถดำรงตนอยู่ได้โดยสวัสดิภาพตลอดพระชนมชีพของพระองค์ แต่เมื่อหันมาดูนักปกครองสมัยนี้บ้าง จะเห็นว่าส่วนมากอยู่ได้ด้วยอำนาจ และไม่ค่อยมีเหตุผลนัก ไม่ค่อยยอมฟังความคิดเห็นของใครทั้งสิ้น ถือแต่อารมณ์เป็นใหญ่ ทำอะไรตามใจตัวเองมากเกินไป แม้ถึงจะนั่งอยู่บนบัลลังก์ แต่ก็เต็มไปด้วยความหวาดระแวงตลอดเวลา หาความสุขกายสบายใจจริง ๆ เกือบไม่ได้เลย เมื่อนักปกครองคอยเฝ้าแต่หวาดระแวงว่าคนอื่นจะแย่งอำนาจอยู่ตลอดเวลาเช่นนี้ จะเอาสมองเอาความคิดที่ไหนมาใช้เพื่อบรรเทาทุกข์ บำรุงสุขของประชราษฎร์เล่า คงมีแต่การครุ่นคิดอยู่แต่ว่าทำอย่างไรฉันจึงจะครองบัลลังก็ได้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ทำอย่างไรฉันจึงจะกำจัดบุคคลที่ฉันระแวงว่าเป็นศัตรูของฉันให้หมดสิ้นไป น่าอนาถ!

แต่ถ้าหากนักปกครองเป็นผู้ที่ปกครองประชาราษฎร์ด้วยคุณธรรม ความดี ด้วยสติปัญญา อย่างมีเหตุผล แทนที่จะปกครองด้วยอาวุธตามอารมณ์แล้ว นักปกครองผู้นั้นย่อมเป็นที่รักที่นับถือของประชาชน ย่อมได้รับการเคารพเทิดทูนตลอดเวลา และจะเป็นนักปกครองที่ไม่มีวันตกจากบัลลังก์อย่างแน่นอน ดังนั้นนักปกครองกับปรัชญาเมธีจึงไม่ควรที่จะแยกจากกันเลย ถ้าหากนักปกครองเป็นปรัชญาเมธี หรือปรัชญาเมธีจะได้เป็นนักปกครองแล้วไซร้ เขาย่อมจะดำเนินการปกครองโดยใช้เหตุผล ถ้าเขารู้จักยอมฟังความคิดเห็นของผู้อื่นบ้างแล้ว เขาก็ย่อมไม่เป็นผู้ตกอยู่ในอำนาจแห่งอารมณ์ รู้จักแพ้รู้จักชนะ เมื่อถึงคราวจะต้องแพ้ ก็ต้องยอมแพ้ เมื่อถึงคราวชนะ ก็ไม่หยิ่งผยอง เมื่อนักปกครองไม่ตกเป็นทาสของอารมณ์รู้จักใช้ปัญญาพิจารณาสิ่งทั้งหลายโดยรอบคอบแล้ว ความผิดพลาดก็ย่อมไม่เกิดขึ้น แม้หากจะเกิดมาบ้างก็คงเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้นแม้ราษฎรจะต้องเชื่อฟังและเคารพตัวกฎหมายของบ้านเมือง แต่ถ้ากฎหมายนั้น ๆ ไม่มีความยุติธรรมแล้ว รัฐบาลที่ดี นักปกครองที่ดีก็ควรจะเปิดโอกาสให้ราษฎรได้มีสิทธิ์ที่จะประท้วง และวิพากษ์วิจารณ์กฎหมายนั้น ๆ ได้โดยเสรี โดยวิธีนี้ท่านนั้นที่จะนำสันติสุขมาสู่ชุมชนได้ เพราะไม่มีมนุษย์หน้าไหนดอก ที่เขาจะทนเคารพกฎหมายที่เขาไม่อาจวิพากษ์วิจารณ์ได้ตลอดไป มันอาจจะถึงจุดระเบิดเข้ามิวันใดก็วันหนึ่งเป็นแน่แท้ ฉะนั้นรัฐบาลหรือผู้ปกครองที่ดีจึงควรมีใจกว้างขวางพอที่จะเปิดโอกาสให้ประชาราษฎร์ได้มีสิทธิเสรีภาพที่จะวิพากษ์วิจารณ์ตน และผลงานของตนได้อย่างเต็มที่เพราะไม่มีใครดอกที่จะทำอะไรโดยไม่ผิดพลาดเลย แม้จะมีคนเคยพูดว่า ผู้ที่ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดเลยก็คือคนที่ไม่ได้ทำอะไรเลยนั่นเอง แต่ข้าพเจ้าก็ยังไม่เห็นด้วยกับคติข้อนี้ ข้าพเจ้าเห็นว่าผู้ที่ไม่ทำอะไรเลยนั่นแหละ คือผู้ที่ทำผิดอย่างเต็มประตูทีเดียว เพราะบุคคลประเภทนี้เป็นคนรกโลกมากกว่า เมื่อเกิดมาแล้ว ไม่ได้ทำคุณประโยชน์อะไรให้แก่โลกเลย จะอยู่ให้รกโลกไปไยเล่า? ข้าพเจ้าคิดว่าคนที่ทำอะไรผิดพลาดนั่นแหละดีเสียยิ่งกว่าคนที่ไม่ยอมทำอะไรเลย เพราะถ้าไม่รู้จักผิดเสียบ้าง จะรู้จักความถูกได้อย่างไรเด็กที่ไม่เคยจับไฟจะรู้ว่าไฟร้อนได้อย่างไร พระพุทธเจ้าเองถ้าไม่ได้ผ่านชีวิตทางโลกียวิสัยอย่างโชกโซนและไม่ได้ผ่านการทรมานตนอย่างเคร่งเครียดมาแล้ว จะทรงทราบได้อย่างไรว่า ทั้งสองอย่างนั้นเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง เพราะไม่ได้เป็นเหตุเป็นปัจจัยที่จะนำเราไปสู่ความหลุดพ้นจากความทุกข์ได้ ไม่ว่าอะไรย่อมมีทั้งคุณและโทษผสมกันอยู่เสมอ แต่การที่อะไรจะมีคุณและโทษแค่ไหนเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับบุคคลที่นำเอามาใช้ต่างหาก ไฟอาจเอามาใช้หุงข้าวต้มแกงหรือจุดให้เกิดแสงสว่างก็ได้ ซึ่งนับว่าเป็นสิ่งที่มีคุณอนันต์ แต่ถ้าเราเอาไฟนั้นไปให้ในทางเผาบ้านเผาเมือง ไฟก็ย่อมก่อให้เกิดโทษมหันต์เช่นกัน ฉะนั้นไม่ว่าอะไรจะมีคุณหรือโทษนั้นขึ้นอยู่กับใจของมนุษย์ต่างหาก ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับวัตถุเองเลย

การปกครองก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าระบอบใด ๆ ก็ตามย่อมมีทั้งส่วนดีและส่วนเสียคละกันอยู่ แล้วแต่เราจะเพ่งมองในแง่ไหนต่างหากแต่แม้ว่าการปกครองนั้น ๆ จะมีทฤษฎีที่เลอเลิศเพียงใดก็ตาม ถ้านักปกครองเป็นผู้ที่ไร้ปัญญา ปราศจากวิจารณญาณ ไม่ตั้งอยู่ในความซื่อสัตย์สุจริต ไร้ความยุติธรรมแล้ว เขาก็จะปกครองประชาชนให้มีความสงบสุขหาได้ไม่ แต่ถ้านักปกครองเป็นผู้ตระหนักในเหตุผล ไม่ใช่คนเจ้าอารมณ์ที่ชอบทำอะไรตามอำเภอใจแล้ว เขาย่อมดำเนินการปกครองไปได้ด้วยดี มีความยุติธรรม มีเหตุผล มีสติ ปัญญารอบคอบย่อมอาจที่จะนำประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤติการณ์ต่าง ๆ ไปได้ด้วยดี ซึ่งนั่นย่อมหมายความว่านักปกครองนั้น ๆ จะต้องมีความเป็นปรัชญาเมธีอย่างสมบูรณ์อยู่ในตัวด้วย เมื่อนักปกครองเป็นปรัชญาเมธีเช่นนี้แล้ว เขาย่อมปกครองประชาราษฎร์โดยธรรมโดยเหตุผล ไม่ใช้โดยอารมณ์ โดยอาวุธ และก็จะไม่ต้องคอยหวาดระแวงภัยใด ๆ จนถึงกับไม่เป็นอันกินอันนอนอีกต่อไป แต่เมื่อไรหนอเราจึงจะได้นักปกครองที่เป็นปรัชญาเมธี หรือได้ปรัชญาเมธีมาเป็นนักปกครองบ้าง แต่ก็มิใช่เป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ ตัวอย่างเคยมีมาแล้วพระพุทธองค์ที่ทรงจัดว่าเป็นนักปกครองชั้นยอดและสามารถปกครองคณะสงฆ์และพุทธบริษัทด้วยดีตลอดมานั้น มิใช่เพราะพระองค์เป็นปรัชญาเมธีดอกหรือ? หรือจะพูดอีกนัยหนึ่งก็ว่าความเป็นปรัชญาเมธีของพระองค์นั่นเองที่ทำให้พระองค์ทรงเป็นนักปกครองที่ยอดเยี่ยมของโลกได้ ข้าพเจ้าหวังเป็นอย่างมากที่จะได้เห็นบรรดาชนชั้นปกครองทั้งหลายได้เป็นผู้มีความเป็นปรัชญาเมธีบ้าง แม้ไม่มากก็น้อย เพราะคนที่มีอำนาจแต่ขาดปัญญานั้นก็คงไม่ผิดกับควายเขาเกนั่นเอง

ความหวังของข้าพเจ้าจะสัมฤทธิผลแค่ไหนเพียงใดนั้น ก็ยังมืดมนอยู่ เพราะความเป็นปรัชญาเมธีนั้นมิใช่เป็นได้ง่าย ๆ ยิ่งคนที่มัวเมาในอำนาจวาสนาด้วยแล้วเห็นจะยากสักหน่อย เพราะบุคคลประเภทนี้มักจะเชื่อตัวเองมากเกินไป คอยแต่จะคิดว่า ของฉันเท่านั้นดี ของฉันเท่านั้นถูก ของคนอื่นไม่ดี ของคนอื่นผิดทั้งสิ้น และการเอาเหตุผลไปใช้กับคนโง่คนพาลนั้น บางทีก็มีอันตรายมากอยู่เหมือนกัน แต่ถ้าหากว่าจะเป็นไปได้ คือโลกจะสามารถสร้างนักปกครองที่เป็นปรัชญาเมธี หรือสร้างปรัชญาเมธีให้เป็นนักปกครองได้มาก ๆ แล้ว โลกนี้คงเต็มไปด้วยสันติสุข เต็มไปด้วยมิตรภาพภราดรภาพอย่างแน่นอน.

บอกต่อ:
Phong Xodiax (พงษ์ โซดิแอกซ์)

สวัสดีทุกท่านครับ เว็บ phongxodiax.com ยินดีต้อนรับทุกท่านนะครับ แวะมาหาเราทุกวัน รับรองสิ่งดีๆ เรื่องราวดีๆ เราจะเสิร์ฟให้ถึงมือทุกท่านที่เข้าชมเว็บเราอย่างแน่นอน ของคุณครับ พงษ์ โซดิแอกซ์ webmaster@phongxodiax.com